คดีแพ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตรวจกับแหล่งอ้างอิงแล้ว
ค้ำประกัน — ฟ้องผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ มาตรา 680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยค้ำประกัน — ฟ้องผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ อยู่ในหมวด “ค้ำประกัน” — สรุปตัวบท องค์ประกอบ อายุความ
- ประเภทคดี
- คดีแพ่ง
- กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- มาตรา
- 680 (ป.พ.พ.)
- หมวด
- ค้ำประกัน
- ประเภทคำขอ
- ชำระหนี้เงิน
ตัวบทหรือสรุปสาระของมาตรา 680
อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ (ตัวบทโดยสรุป — ตรวจฉบับเต็มที่ krisdika.go.th)
องค์ประกอบของมูลคดี
- มีหนี้ประธานที่สมบูรณ์
- ผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
- ลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้
- เจ้าหนี้บอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด (ม.686)
อายุความ
ตามหนี้ประธาน — ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกินหนี้ประธาน; อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วย (ม.692); ต้นเงินกู้ 10 ปี (ม.193/30) ดอกเบี้ยค้าง 5 ปี (ม.193/33(1))
ข้อมูลประกอบการฟ้องคดีแพ่ง
ก่อนฟ้องต้องทำอะไร
- ส่งหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด (ม.686) — พ้นกำหนดผู้ค้ำประกันหลุดพ้นความรับผิดในดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันที่เกิดหลังพ้นกำหนด
- ทวงถามผู้ค้ำประกันให้ชำระ
- ตรวจว่าสัญญาค้ำประกันเป็นการค้ำประกันธรรมดาหรือร่วมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ผลต่อสิทธิตาม ม.688–690)
หลักฐานที่ควรมี
- สัญญาค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อ
- สัญญาหลัก (สัญญากู้/ซื้อขาย ฯลฯ) และหลักฐานหนี้ประธาน
- หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันตาม ม.686 พร้อมใบตอบรับ
- หลักฐานว่าลูกหนี้ผิดนัด (วันที่ผิดนัด)
- statement ยอดหนี้
ดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืมที่ตกลงกันไว้ แต่ห้ามเกินร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าสัญญากำหนดเกินให้ลดลงเป็นร้อยละ 15 ต่อปี (ม.654); ถ้าไม่ได้ตกลงอัตราไว้ใช้อัตราตามมาตรา 7 (ร้อยละ 3 ต่อปี); ดอกเบี้ยผิดนัดหลังผิดนัดตามมาตรา 224 = มาตรา 7 + ร้อยละ 2 (ร้อยละ 5 ต่อปี สำหรับการผิดนัดตั้งแต่ 11 เม.ย. 2564 ก่อนหน้านั้นร้อยละ 7.5) หรือตามสัญญาแต่ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี; ห้ามดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด — ตรวจอัตรามาตรา 7 ที่ใช้บังคับ ณ วันฟ้อง; การเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายอาจเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายเฉพาะ
ค่าขึ้นศาล
ค่าขึ้นศาลคดีมีทุนทรัพย์: ร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.; ทุนทรัพย์ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทคิดร้อยละ 0.1 ของส่วนที่เกิน) ทุนทรัพย์คือเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่ค้างถึงวันฟ้อง ไม่รวมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง — ตรวจอัตราปัจจุบันกับสำนักงานศาลยุติธรรมก่อนยื่นฟ้อง
ข้อควรระวัง
สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน มิฉะนั้นบังคับไม่ได้; ถ้าไม่บอกกล่าวภายใน 60 วัน (ม.686) ผู้ค้ำหลุดพ้นความรับผิดดอกเบี้ย/ค่าสินไหมที่เกิดหลังพ้นกำหนด; ตัวบทใน text เป็นสรุปบางส่วน (วรรคสองอ้างจากหน้าเว็บอ้างอิง)
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 686 — เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด
- ป.พ.พ. มาตรา 688 — ผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนได้
- ป.พ.พ. มาตรา 689 — เจ้าหนี้ต้องบังคับเอาจากทรัพย์ของลูกหนี้ก่อนหากผู้ค้ำพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางชำระ
- ป.พ.พ. มาตรา 690 — ผู้ค้ำประกันขอให้ชำระจากทรัพย์ที่ลูกหนี้ใช้ประกันก่อน
- ป.พ.พ. มาตรา 692 — อายุความสะดุดหยุดเป็นโทษแก่ลูกหนี้ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำ
- ป.พ.พ. มาตรา 694 — ผู้ค้ำยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ได้
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
- ฎีกาที่ 4298/2561 — ผู้ค้ำประกันที่ไม่ระบุจำนวนเงิน รับผิดไม่จำกัด รวมถึงดอกเบี้ยและค่าสินไหม
- ฎีกาที่ 3583/2562 — หนังสือค้ำประกันที่ผูกพันอย่างลูกหนี้ชั้นต้น ไม่ใช่การค้ำประกันตามความหมายปกติ
แหล่งอ้างอิงและสถานะการตรวจ
ตรวจกับแหล่งอ้างอิงแล้ว · แหล่งอ้างอิง: legardy.com
คำถามที่พบบ่อย
ค้ำประกัน — ฟ้องผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ (มาตรา 680 ป.พ.พ.) มีอายุความกี่ปี?
ตามหนี้ประธาน — ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกินหนี้ประธาน; อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วย (ม.692); ต้นเงินกู้ 10 ปี (ม.193/30) ดอกเบี้ยค้าง 5 ปี (ม.193/33(1))
ข้อหาใกล้เคียงในหมวดเดียวกัน
- ม.686บอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน — เงื่อนไขก่อนเรียกชำระดอกเบี้ย
- ม.693ผู้ค้ำประกันที่ชำระหนี้แล้วไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้
ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษา — ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และไม่รับประกันผลของคดี กฎหมายอาจถูกแก้ไขภายหลัง ควรตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันและปรึกษาทนายความก่อนดำเนินคดี