คดีแพ่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ยังไม่ผ่านการตรวจกับแหล่งทางการ
ผู้ประสบภัยจากรถ — เรียกค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด มาตรา 20 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
มาตรา 20 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ว่าด้วยผู้ประสบภัยจากรถ — เรียกค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด อยู่ในหมวด “ผู้ประสบภัยจากรถ” — สรุปตัวบท องค์ประกอบ อายุความ
ยังไม่ผ่านการตรวจกับแหล่งทางการ — ข้อมูลของมาตรานี้ยังไม่ได้ตรวจเทียบกับตัวบทฉบับทางการ โปรดตรวจสอบเลขมาตรา ตัวบท และอัตราโทษก่อนนำไปใช้
- ประเภทคดี
- คดีแพ่ง
- กฎหมาย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
- มาตรา
- 20 (พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ)
- หมวด
- ผู้ประสบภัยจากรถ
- ประเภทคำขอ
- ค่าสินไหมทดแทน
ตัวบทหรือสรุปสาระของมาตรา 20
ผู้ประสบภัยจากรถมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทประกันภัยที่รับประกันรถนั้น (หรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย) โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด (ม.20 โดยสรุป) — ยังไม่ได้ตรวจตัวบทฉบับเต็มกับ krisdika.go.th (อ้างอิงจากผลค้นหาบทความรองและความรู้ทั่วไป) — ต้องตรวจก่อนใช้จริง
องค์ประกอบของมูลคดี
- เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยจากรถที่ต้องจัดให้มีประกันภัยตามกฎหมาย
- รถมี พ.ร.บ.หรือกองทุนรับผิดชอบ
- ผู้ประสบภัยยื่นคำขอรับค่าเสียหายภายในกำหนด
อายุความ
ตามกฎหมายเฉพาะ (ตามความเข้าใจทั่วไปให้เรียกร้องค่าเสียหายภายใน 180 วันนับแต่วันเกิดเหตุ — ต้องตรวจตัวบท); ค่าเสียหายส่วนเกินฟ้องผู้ก่อเหตุตาม ม.420/437 (ละเมิด)
ข้อมูลประกอบการฟ้องคดีแพ่ง
ก่อนฟ้องต้องทำอะไร
- ยื่นคำขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นต่อบริษัทประกันภัยหรือกองทุนภายในกำหนด
- เก็บเอกสารแพทย์/ตำรวจครบ
หลักฐานที่ควรมี
- รายงานประจำวัน/บันทึกประจำวันตำรวจ
- ใบรับรองแพทย์/ใบเสร็จค่ารักษา
- กรมธรรม์ พ.ร.บ.หรือทะเบียนรถ
- หลักฐานผู้ประสบภัย (บัตรประชาชน)
- หลักฐานความเสียหายอื่น
ดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 224: หากไม่มีข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยไว้ ใช้อัตราตามมาตรา 7 (ร้อยละ 3 ต่อปี) บวกอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี = ร้อยละ 5 ต่อปี สำหรับการผิดนัดตั้งแต่ 11 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป (พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. พ.ศ. 2564; ก่อนวันดังกล่าวใช้ร้อยละ 7.5 ต่อปี) ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด; ถ้าสัญญากำหนดอัตราไว้ ใช้ตามสัญญาแต่ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี (ม.654) — อัตราตามมาตรา 7 ปรับได้ด้วยพระราชกฤษฎีกา (ทบทวนทุก 3 ปี) ตรวจอัตรา ณ วันฟ้องก่อนใช้
ค่าขึ้นศาล
ค่าขึ้นศาลคดีมีทุนทรัพย์: ร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.; ทุนทรัพย์ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทคิดร้อยละ 0.1 ของส่วนที่เกิน) ทุนทรัพย์คือเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่ค้างถึงวันฟ้อง ไม่รวมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง — ตรวจอัตราปัจจุบันกับสำนักงานศาลยุติธรรมก่อนยื่นฟ้อง
ข้อควรระวัง
ยังไม่ได้ตรวจตัวบทเลขมาตรา วงเงิน และกำหนดเวลายื่นคำขอ ต้องตรวจก่อนใช้; ค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ตัดสิทธิฟ้องผู้ทำละเมิดเรียกส่วนเกิน
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 437 — ผู้ครอบครองยานพาหนะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายส่วนเกิน
- ป.พ.พ. มาตรา 420 — ละเมิด
- ป.พ.พ. มาตรา 444 — ค่าสินไหมกรณีบาดเจ็บ
แหล่งอ้างอิงและสถานะการตรวจ
ยังไม่ผ่านการตรวจกับแหล่งทางการ · แหล่งอ้างอิง: ความรู้ทั่วไป/ผลค้นหารอง ไม่ได้ตรวจตัวบทฉบับเต็มที่ krisdika.go.th — พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ประสบภัยจากรถ — เรียกค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (มาตรา 20 พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ) มีอายุความกี่ปี?
ตามกฎหมายเฉพาะ (ตามความเข้าใจทั่วไปให้เรียกร้องค่าเสียหายภายใน 180 วันนับแต่วันเกิดเหตุ — ต้องตรวจตัวบท); ค่าเสียหายส่วนเกินฟ้องผู้ก่อเหตุตาม ม.420/437 (ละเมิด)
ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษา — ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และไม่รับประกันผลของคดี กฎหมายอาจถูกแก้ไขภายหลัง ควรตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันและปรึกษาทนายความก่อนดำเนินคดี