คดีอาญา พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ตรวจกับแหล่งอ้างอิงแล้ว
ความผิดฐานให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา / อำพรางการกู้ยืม / เรียกประโยชน์อื่นเกินส่วนอันสมควร มาตรา 4 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560
มาตรา 4 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ว่าด้วยให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา / อำพรางการกู้ยืม / เรียกประโยชน์อื่นเกินส่วนอันสมควร อยู่ในหมวด “ดอกเบี้ยและการกู้ยืมเงินผิดกฎหมาย” — สรุปตัวบท องค์ประกอบ ระวางโทษ อายุความ และข้อควรรู้เรื่องความผิดต่อส่วนตัว/การยอมความ
- ประเภทคดี
- คดีอาญา
- กฎหมาย
- พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560
- มาตรา
- 4 (พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา)
- หมวด
- ดอกเบี้ยและการกู้ยืมเงินผิดกฎหมาย
ตัวบทหรือสรุปสาระของมาตรา 4
บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1) เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ (2) กำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่น ๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืมหรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือ (3) กำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสิ่งของหรือโดยวิธีการใด ๆ จนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากเกินส่วนอันสมควรตามเงื่อนไขแห่งการกู้ยืมเงิน
องค์ประกอบความผิด
- บุคคลใดให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรืออำพรางการให้กู้ยืม
- เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด / ระบุข้อความเท็จเพื่อปิดบังดอกเบี้ยเกินอัตรา / เรียกประโยชน์อื่นเกินส่วนอันสมควร
- โดยเจตนา
ระวางโทษ
จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อายุความ
10 ปี (ป.อ. มาตรา 95 (3))
ความผิดต่อส่วนตัวและการยอมความ
ตามข้อมูลของเว็บไซต์ ไม่จัดเป็นความผิดต่อส่วนตัว จึงไม่ติดกำหนดร้องทุกข์ 3 เดือนตามป.อ. มาตรา 96 และไม่จัดเป็นความผิดที่ยอมความได้ (ตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนดำเนินการ)
ข้อควรระวัง
ผู้กู้ที่ถูกเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราอาจไม่ถูกถือเป็น "ผู้เสียหาย" ในการฟ้องคดีอาญาเอง (เป็นความผิดต่อรัฐ) — ควรตรวจแนวคำพิพากษาและพิจารณาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน/DSI; ผู้ให้กู้ที่เป็นนิติบุคคลสถาบันการเงินอาจอยู่นอกขอบเขต. อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ฝ่ายกฎหมายกำหนดคือร้อยละ 15 ต่อปี (ตรวจประกาศที่เกี่ยวข้อง).
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 654 — ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยส่วนที่เกินตกเป็นโมฆะ (ผลทางแพ่ง)
- พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา มาตรา 5 — ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องที่รู้ว่ามาจากการกระทำผิดและใช้สิทธินั้น ต้องรับโทษเช่นเดียวกัน
- พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา มาตรา 6 — ศาลอาจใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. มาตรา 39 (3) และ (5) กรณีรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ
- ป.อ. มาตรา 91 — ความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกระทง
แหล่งอ้างอิงและสถานะการตรวจ
ตรวจกับแหล่งอ้างอิงแล้ว · แหล่งอ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 5 ก (15 ม.ค. 2560) https://www.dsi.go.th/Upload/4d68498771b0a3fc6f01edd65570be87.PDF
คำถามที่พบบ่อย
ความผิดฐานให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา / อำพรางการกู้ยืม / เรียกประโยชน์อื่นเกินส่วนอันสมควร (มาตรา 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา) มีระวางโทษอย่างไร?
ระวางโทษตามข้อมูลของเว็บไซต์: จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา / อำพรางการกู้ยืม / เรียกประโยชน์อื่นเกินส่วนอันสมควร (มาตรา 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา) มีอายุความกี่ปี?
10 ปี (ป.อ. มาตรา 95 (3))
ให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา / อำพรางการกู้ยืม / เรียกประโยชน์อื่นเกินส่วนอันสมควร เป็นความผิดต่อส่วนตัวและยอมความได้หรือไม่?
ตามข้อมูลของเว็บไซต์ ไม่จัดเป็นความผิดต่อส่วนตัว จึงไม่ติดกำหนดร้องทุกข์ 3 เดือนตามป.อ. มาตรา 96 และไม่จัดเป็นความผิดที่ยอมความได้ (ตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนดำเนินการ)
ข้อหาใกล้เคียงในหมวดเดียวกัน
ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษา — ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และไม่รับประกันผลของคดี กฎหมายอาจถูกแก้ไขภายหลัง ควรตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันและปรึกษาทนายความก่อนดำเนินคดี