ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง
ฎีกาที่ 1001/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นยึดที่ดินของจำเลยที่ 1 ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาแล้วต่อมาศาลแพ่งได้ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวตามคำขอของโจทก์ในคดีของศาลแพ่ง และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์ในคดีของศาลแพ่งใช้สิทธิที่เหนือกว่าในฐานเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงดังกล่าวไปก่อน และถือได้ว่าการยึดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ชั่วคราวตามคำขอของโจทก์เป็นอันยกเลิกไปในตัว เพราะเป็นการพ้นวิสัยที่โจทก์จะบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงนั้นต่อไปได้ ทั้งโจทก์ในคดีของศาลแพ่งก็ย่อมต้องเสียค่าธรรมเนียมขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่แล้ว โจทก์คดีนี้จึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายสำหรับที่ดินแปลงเดียวกันนี้อีก
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นยึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา ต่อมาศาลแพ่งได้ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวตามคำขอของโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่ง และเจ้าพนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๙ ได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปแล้วตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งจากนั้นหัวหน้าสำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๙ ได้มีหนังสือถึงศาลชั้นต้นความว่า โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายร้อยละ ๓ ครึ่งของราคาทรัพย์ที่ประเมินไว้ คิดเป็นค่าธรรมเนียมประมาณ ๓๐,๑๓๕ บาท ขอให้ศาลชั้นต้นระงับการจ่ายเงินประกันความเสียหายที่โจทก์วางไว้ต่อศาล จนกว่าโจทก์จะชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วน ศาลชั้นต้นแจ้งให้โจทก์ทราบและให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย
โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายจากโจทก์เป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลชั้นต้นคืนเงินประกันจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทที่โจทก์วางไว้ต่อศาล
ศาลชั้นต้นสั่งว่า แม้โจทก์จะมิได้ประโยชน์จากการยึดทรัพย์ชั่วคราว โจทก์ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นยึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ตามตราจองเลข ๑๐๓ โฉนดที่ ๙๒ ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา แล้วต่อมาศาลแพ่งได้ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวตามคำขอของโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่ง และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งนั้นเป็นเรื่องที่โจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่งใช้สิทธิที่เหนือกว่าในฐานเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงดังกล่าวไปก่อน และถือได้ว่าการยึดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ชั่วคราวตามคำขอของโจทก์เป็นอันยกเลิกไปในตัว เพราะเป็นการพ้นวิสัยที่โจทก์จะบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงดังกล่าวต่อไปได้ ทั้งโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่ง ก็ย่อมต้องเสียค่าธรรมเนียมขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ชอบที่โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายสำหรับที่ดินแปลงเดียวกันนี้อีก คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑/๒๕๒๕ ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับเป็นว่า โจทก์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายตามตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ศาลชั้นต้นคืนเงินประกันจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทที่โจทก์วางไว้ต่อศาลแก่โจทก์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางซินโว้ย แซ่เกียง ฯ
จำเลย - บริษัทหาดใหญ่ทักษิณา จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 149, ม. 254 (1)
- องค์คณะ
- อาจ ปัญญาดิลก
มาโนช เพียรสนอง
ดำรง สายเชื้อ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดสงขลา
ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา