ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 1004/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ทางภารจำยอมนั้นสามยทรัพย์และภารยทรัพย์ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน ดังนี้ แม้จะมีคลองสาธารณะคั่นอยู่ก็อาจเป็นทางภารจำยอมได้ โจทก์ที่ 1 ไม่ได้ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ที่ 1 ดังนั้น การที่จำเลยฎีกาว่าทางพิพาทไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ที่ 1 จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่2338 โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 74935โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับผู้อื่นในที่ดินโฉนดเลขที่ 5539 โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ใช้ทางในที่ดินโฉนดเลขที่ 2338 ของจำเลย เป็นทางเข้าออกสู่ถนนวุฒากาศมาเกินกว่า 20 ปี โจทก์ทั้งสองจึงได้ภารจำยอมในทางดังกล่าว ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยเปิดทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 2338 ดังกล่าว กว้าง 3 เมตรครึ่งจากถนนวุฒากาศลึกตลอดแนวติดคลองจีนสุดเขตด้านทิศใต้ของที่ดินจำเลยและให้รื้อรั้วที่ปิดกั้นด้วยจำเลยให้การว่า ที่ดินของจำเลยไม่ได้ตกอยู่ในภารจำยอมหรือเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ โจทก์ที่ 1 หรือบิดามารดาของโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ใช้ที่ดินของจำเลยเป็นทางเข้าออกติดต่อกันเกิน 10 ปี โจทก์ที่ 2 ไม่เคยใช้ทางในที่ดินโฉนดเลขที่ 2338 เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ แต่โจทก์ที่ 2 ได้ใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ 74932 ของพันเอกประยูรเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 2338เลขที่ดิน 116 ตำบลบางค้อ (บางนางนอง) อำเภอบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร ด้านทิศใต้กว้าง 3 เมตรครึ่ง ทั้งนี้ไม่เกินจากแนวรั้วสังกะสีที่ปรากฏในภาพหมาย จ.7 จากถนนวุฒากาศลึกเข้าไปตลอดแนวติดคลองจีนสุดเขตที่ดินทางด้านทิศใต้ของจำเลยตามสภาพเดิม และให้รื้อรั้วที่ปิดกั้นออกไปด้วยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 2338เลขที่ดิน 116 ตำบลบางค้อ (บางนางนอง) อำเภอบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร มิใช่ทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ที่ 2ตามฟ้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ที่ 1 มีทั้งพยานบุคคลและพยานภาพถ่ายหมาย จ.6-จ.10 เชื่อมโยงสอดคล้องต้องกันสมเหตุสมผล ทางพิพาทและสะพานข้ามคลองไปสู่ทางพิพาทตามภาพถ่ายดังกล่าวมีลักษณะใช้มานานแล้ว จำเลยคงมีแต่พยานบุคคลเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานอื่นสนับสนุน พยานหลักฐานโจทก์ที่ 1 มีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่าพยานจำเลย จึงฟังได้ว่า มารดาโจทก์ที่ 1 และครอบครัวรวมทั้งตัวโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ทางพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี แล้วทางพิพาทจึงตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่5539 ของโจทก์ที่ 1 ซึ่งสามยทรัพย์และภารยทรัพย์ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน ดังนี้ แม้จะมีคลองสาธารณะคั่นอยู่ก็อาจเป็นภารจำยอมได้ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า ทางพิพาทไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 5539 ของโจทก์ที่ 1 นั้น ประเด็นข้อนี้โจทก์ที่ 1ไม่ได้ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ที่ 1แต่อย่างใด จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง ปรียวรรณ จาดบันดิสถ์ หรือ แสง หล่อ กับพวก
จำเลย - นาง ส่อง ศรี รุจนเวชช์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1387
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 249 - องค์คณะ
- ประพัฒน์ อุชุภาพ
บุญส่ง วรรณกลาง
สะสม สิริเจริญสุข
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา