ฎีกา ปี พ.ศ. 2555 แพ่ง

ฎีกาที่ 10105/2555

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เจ้าหนี้เป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ต่อธนาคาร ก. เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่เจ้าหนี้อาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 101 ปรากฏว่าธนาคาร ก. ได้ใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้ไม่ได้เพราะต้องด้วยข้อยกเว้นตาม มาตรา 101 วรรคหนึ่งตอนท้าย และวรรคสอง การที่เจ้าหนี้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคาร ก. ตามหนังสือค้ำประกันถึงแม้มีผลให้เจ้าหนี้เข้ารับช่วงสิทธิของธนาคาร ก. บรรดามีเหนือลูกหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 693 แต่เจ้าหนี้ชำระหนี้แทนลูกหนี้หลังพ้นกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้แล้ว ดังนี้ ขณะยื่นคำขอรับชำระหนี้เจ้าหนี้จึงยังไม่ได้รับช่วงสิทธิที่จะมาขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้โดยอาศัยคำขอรับชำระหนี้เดิมของเจ้าหนี้ได้ การรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ในกรณีนี้เจ้าหนี้ชอบที่จะต้องเข้ารับช่วงสิทธิของธนาคาร ก. ในส่วนที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้แล้ว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2548
เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค้ำประกัน รับช่วงสิทธิและไล่เบี้ยเป็นเงิน 5,157,795.83 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นสมควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 107 (1)
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า เจ้าหนี้เป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ต่อธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่เจ้าหนี้อาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 101 ปรากฏว่าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้ไม่ได้เพราะต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 101 วรรคหนึ่งตอนท้าย และวรรคสอง ที่เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าหนี้ได้จ่ายเงินจำนวน 5,157,795.83 บาท ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2548 จึงรับช่วงสิทธิของธนาคารดังกล่าวในอันที่จะได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 101 นั้น เห็นว่า การที่เจ้าหนี้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามหนังสือค้ำประกัน ถึงแม้มีผลให้เจ้าหนี้เข้ารับช่วงสิทธิของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บรรดามีเหนือลูกหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 693 แต่การที่เจ้าหนี้ชำระหนี้แทนลูกหนี้หลังพ้นกำหนดเวลายื่น คำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้แล้ว ดังนี้ ขณะยื่นคำขอรับชำระหนี้เจ้าหนี้จึงยังไม่ได้รับช่วงสิทธิที่จะมาขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้โดยอาศัยคำขอรับชำระหนี้เดิมของเจ้าหนี้ได้ กล่าวคือ การรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ในกรณีนี้ เจ้าหนี้ชอบที่จะต้องเข้ารับช่วงสิทธิของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในส่วนที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้แล้วนั่นเอง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เพราะไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทโตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด
เจ้าหนี้ - บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
จำเลย - บริษัทดีไซน์ดีล จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 693
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 101
องค์คณะ
สุทธินันท์ เสียมสกุล
มนูพงศ์ รุจิกัณหะ
ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลล้มละลายกลาง - นายอนันต์ พร้อมพูล
หมายเลขคดี
หมายเลขคดีดำ - ล3983/2547
หมายเลขคดีแดง - ล1030/2548
แผนก
ล้มละลาย

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา