ฎีกา ปี พ.ศ. 2555 อาญา

ฎีกาที่ 10276/2555

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่จำเลยนำเอกสารใบลาออกของโจทก์ปลอมไปใช้แจ้งให้ อ. รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารใบอนุญาตต่าง ๆ (ร.12) เป็นหลักฐานว่า อนุญาตให้โจทก์ลาออกจากตำแหน่งครูโรงเรียนนั้น จำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่หลงเชื่อข้อความในเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นว่าถูกต้องแท้จริงนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 264, 267, 268 และนับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 641/2549 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 541/2550, 546/2550, 542/2550 ของศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 264 วรรคสอง, 267, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานแจ้งความเท็จและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายที่มีโทษหนักสุดลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษฐานแจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 จำคุก 3 เดือน ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารที่จำเลยเป็นผู้ปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง แต่กระทงเดียว จำคุก 3 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 541/2550 และ 542/2550 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 641/2549 ศาลยังไม่มีคำพิพากษา และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 546/2550 ศาลพิพากษายกฟ้อง จึงมิอาจนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยปลอมเอกสารในใบลาออกของโจทก์และในวันเดียวกันจำเลยนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปแจ้งให้นางสาวอรุณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารใบอนุญาตต่าง ๆ (ร.12) เป็นหลักฐานว่า อนุญาตให้โจทก์ลาออกจากตำแหน่งครูโรงเรียนนรรถยาพิศณุสรณ์นั้น จำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่หลงเชื่อข้อความในเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นว่าถูกต้องแท้จริงนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยเป็น 2 กรรม จึงไม่ชอบ ที่จำเลยฎีกาในข้อสุดท้ายขอให้รอการลงโทษ ได้ความตามหลักฐานท้ายฎีกาซึ่งโจทก์มิได้แก้ฎีกาคัดค้านว่า นอกจากคดีนี้ โจทก์และพวกรวม 5 คน ซึ่งมีข้อพิพาทกับจำเลยในลักษณะเดียวกันทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอื่นอีกหลายคดี สามารถตกลงระงับข้อพิพาทที่มีต่อกันได้ทั้งหมด โดยจำเลยยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายและพวกคนละ 250,000 บาท จนเป็นที่พอใจและไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความใด ๆ แก่จำเลยอีกต่อไป อันเป็นการที่จำเลยได้รู้สำนึกในความผิด เมื่อคำนึงถึงอายุซึ่งมากและอาชีพของจำเลยที่มีส่วนสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาของชาติมานาน ประกอบกับจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสปรานีรอการลงโทษจำเลยไว้สักครั้งหนึ่งก่อน แต่ให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคสอง แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้ยกคำขอให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 541/2550 และ 542/2550 ของศาลชั้นต้น เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นางสาวิตรี จันพลโท
จำเลย - นางสุภา อินทวิเชียร
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 268 วรรคแรก, ม. 264 วรรคสอง, ม. 90
องค์คณะ
วิรุฬห์ แสงเทียน
ปดารณี ลัดพลี
ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นางวัลลิกา เนติบันลือฤทธิ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายณกรณ์ กุลพิโมกข์
หมายเลขคดี
หมายเลขคดีดำ - อ642/2549
หมายเลขคดีแดง - อ1433/2550

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา