ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 1035/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา341อันเป็นคดีความผิดอันยอมความได้นั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเมื่อใดเพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนหรือไม่เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนคดีของโจทก์จึงขาดอายุความแล้วโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ในคดีอาญานั้นจำเลยจะให้การอย่างไรก็ได้แม้จะไม่ให้การก็ได้เมื่อจำเลยให้การอย่างไรหรือจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265,268, 341 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 5,082 บาท แก่จังหวัดสระบุรีจำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำเลยกระทำผิดรวม 21 กรรมต่างกันให้ลงโทษจำคุกทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวม 21 กระทง เป็นจำคุกมีกำหนด63 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 5,082 บาท แก่จังหวัดสระบุรีข้อหาอื่นให้ยกฟ้องจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาฉ้อโกงนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265, 268 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์คดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์แต่เพียงว่า ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 อันเป็นคดีความผิดอันยอมความได้นั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเมื่อใดเพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนหรือไม่ เห็นว่า ถ้ามิได้มีการร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนคดีของโจทก์ก็ขาดอายุความโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คดีของโจทก์จะขาดอายุความหรือไม่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบเพื่อให้เห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องทางนำสืบของโจทก์ปรากฎว่าพนักงานตรวจเงินแผ่นดินสรุปการสอบสวนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2532 ว่าจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีมีหนังสือถึงนายอำเภอหนองแคเมื่อปี 2534 จึงไม่แน่ชัดว่านับแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจนถึงวันร้องทุกข์คือวันที่ 30ธันวาคม 2534 เกินกว่าสามเดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96หรือไม่ พยานหลักฐานของโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ความผิดฐานฉ้อโกงภายในกำหนดสามเดือนตามกฎหมาย คดีโจทก์ข้อหาฉ้อโกงจึงขาดอายุความ โจทก์ฎีกาว่า การร้องทุกข์เมื่อใดมิใช่เป็นองค์แห่งความผิดอันโจทก์จะต้องนำสืบให้สมฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำความผิดหมายถึงแต่เพียงปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิดตามฟ้องเท่านั้น หากจำเลยจะต่อสู้คดีในประเด็นอื่นก็ชอบที่จะให้การด้วยเพื่อโจทก์จะได้นำสืบ มิฉะนั้นบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 ที่ว่าจำเลย"จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง" ก็จะไม่มีที่ใช้ เห็นว่า ในคดีอาญานั้นจำเลยจะให้การอย่างไรก็ได้ แม้จะไม่ให้การก็ได้ เมื่อจำเลยให้การอย่างไร หรือจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้ศาลจดรายงานไว้ จำเลยหาต้องให้การปฏิเสธเป็นประเด็นไว้ตามที่โจทก์ฎีกาไม่พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี
จำเลย - นางสาว มลิวรรณ พรหมมนี - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 96, ม. 341
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 165, ม. 174 - องค์คณะ
- ชวลิต ศรีสง่า
ไพโรจน์ คำอ่อน
วิเทพ ศิริพากย์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา