ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา

ฎีกาที่ 1036/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คำว่า "ทรัพย์หรือเอกสารใด" ที่ได้ส่งไว้ต่อศาล หรือที่ศาลให้รักษาไว้ในการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185 นั้นหมายถึงสิ่งที่จะต้องส่งหรือรักษาไว้เพื่อวินิจฉัยประเด็นในการพิจารณาคดีเท่านั้น สมุดฝากเงินออมสินที่จำเลยได้นำไปมอบให้ศาลยึดไว้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวจำเลยอื่นในคดีอาญา มิใช่เป็นทรัพย์หรือเอกสารที่จะเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย จึงไม่เป็นทรัพย์หรือเอกสารที่ได้ส่งศาล หรือที่ศาลให้รักษาไว้ในการพิจารณาคดตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าสมุดฝากเงินออมสินดังกล่าวสูญหายไป แล้วนำหลักฐานการแจ้งหายไปเบิกเงินปิดบัญชีสมุดหายเลิกฝากและได้เงินตามจำนวนที่ฝากไป โดยที่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องก็ยังไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาประกันอันจะถือว่ามีข้อพิพาทกันอีกส่วนหนึ่งในคดีเช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 185 คำรับสารภาพของจำเลยในคดีอาญาเป็นเพียงรับว่าได้กระทำการตามที่โจทก์ฟ้องเท่านั้น การกระทำตามฟ้องจะเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษหรือไม่เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณา เมื่อเห็นว่าการกระทำของจำเลยในข้อหาใดไม่เป็นความผิดแล้ว แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องในข้อหาดังกล่าว.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา137, 185, 91จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 185, 91 ลงโทษฐานแจ้งความเท็จ จำคุก 4 เดือน ฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารที่ส่งไว้ต่อศาล จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 เดือนจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 185 นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185 บัญญัติว่า"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารใดที่ส่งไว้ต่อศาล หรือที่ศาลรักษาไว้ในการพิจารณาคดี..." เห็นว่า บทบัญญัติในมาตรานี้อยู่ในลักษณะ 3 ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ถ้อยคำในตัวบทที่ว่า"ทรัพย์หรือเอกสารใดที่ส่งไว้ต่อศาลหรือที่ศาลรักษาไว้ในการพิจารณาคดี" นั้น ทั้งทรัพย์และเอกสารจะต้องเป็นสิ่งที่ใช้ในการพิจารณาคดีและสิ่งที่จะต้องส่งหรือรักษาไว้ในการพิจารณาคดีนั้น หมายถึงสิ่งที่จะต้องส่งหรือรักษาไว้เพื่อวินิจฉัยประเด็นในการพิจารณาคดีสมุดฝากเงินออมสินตามคำฟ้องนั้นได้ส่งหรือรักษาไว้ในฐานะที่เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีอาญาเท่านั้น มิใช่เป็นทรัพย์หรือเอกสารที่จะเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวนั้นกระทำผิดหรือไม่อย่างไร คงเป็นเพียงหลักประกันในทางแพ่งที่จะบังคับตามสัญญาประกันตัวเท่านั้นไม่เกี่ยวกับประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคำฟ้องคดีอาญา และข้อเท็จจริงตามคำฟ้องก็ยังไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาประกันอันจะถือว่ามีข้อพิพาทกันอีกส่วนหนึ่งในคดีดังนั้นสมุดฝากเงินออมสินประเภทเผื่อเรียกที่ฟ้องจึงไม่เป็นทรัพย์หรือเอกสารที่ได้ส่งหรือศาลได้รักษาไว้ในการพิจารณาคดี ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185 บัญญัติไว้ การกระทำตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่เป็นความผิดตามบทมาตราดังกล่าวส่วนที่โจทก์อ้างเหตุผลในฎีกาว่า เมื่อจำเลยรับสารภาพศาลต้องฟังว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ไม่มีเหตุที่จะฟังใหม่ว่าจำเลยไม่มีความผิดเพราะจำเลยอุทธรณ์ เพียงขอให้รอการลงโทษเท่านั้น เห็นว่า ในคดีอาญาที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้น คำรับสารภาพของจำเลยเป็นเรื่องที่รับว่าเป็นการกระทำตามฟ้องเท่านั้น ส่วนการกระทำตามฟ้องจะเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ว่า"ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี... ให้ศาลยกฟ้องโจทก์..." ซึ่งบทบัญญัติมาตรานี้นั้นศาลอุทธรณ์ต้องนำมาใช้ในการพิจารณาพิพากษาด้วยตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 215 เมื่อการกระทำตามฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดในกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185 ศาลอุทธรณ์ก็ต้องยกฟ้องตามที่บัญญัติในบทกฎหมายดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนฎีกาของจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น วินิจฉัยว่าไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษให้จำเลยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี
จำเลย - นาย ศรีสุข มาไพ ศาล สิน
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 185
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 185, ม. 215
องค์คณะ
อุดม เฟื่องฟุ้ง
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
อากาศ บำรุงชีพ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา