ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 อาญา

ฎีกาที่ 1049/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนในความผิดลักษณะเดียวกันซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา56ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจให้รอการลงโทษแก่จำเลยได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย มี เฮโรอีน อันเป็น ยาเสพติดให้โทษ ใน ประเภท 1ไว้ ใน ครอบครอง โดย ไม่ได้ รับ อนุญาต ก่อน คดี นี้ จำเลย เคย ต้อง คำพิพากษาถึงที่สุด ให้ ลงโทษ จำคุก มี กำหนด 1 ปี 5 เดือน ฐาน มี เฮโรอีน ไว้ ในครอบครอง โดย ไม่ได้ รับ อนุญาต ตาม คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 3101/2536ของ ศาลอาญา ใน ขณะที่ มี อายุ เกินกว่า สิบ เจ็ด ปี จำเลย พ้นโทษ ใน คดีดังกล่าว มา แล้ว กลับมา กระทำ ความผิด ใน คดี นี้ ขึ้น อีก ภายใน เวลา ห้า ปีนับแต่ วัน พ้นโทษ และ ก่อน คดี นี้ จำเลย ต้อง คำพิพากษาถึงที่สุดให้ ลงโทษ จำคุก มี กำหนด 15 วัน โทษ จำคุก รอการลงโทษ มี กำหนด 1 ปีฐาน เสพ กัญชา ตาม คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 7344/2536 ของศาลแขวง พระนครใต้ ขอให้ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67, 97, 102 ริบของกลาง และเพิ่มโทษ จำเลย ตาม กฎหมาย และ มี คำสั่ง ห้าม จำเลย เสพ ยาเสพติดให้โทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 49 อีก ต่อไปจำเลย ให้การรับสารภาพ และ รับ ว่า เคย ต้องโทษ พ้นโทษ จริง ตาม ฟ้องศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง , 67จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษ กึ่งหนึ่ง ตาม พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็น จำคุก 3 ปี จำเลย ให้การรับสารภาพเป็น ประโยชน์ แก่ การ พิจารณา มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คง จำคุก 1 ปี 6 เดือนริบของกลาง ที่ โจทก์ ขอให้ สั่ง ห้าม จำเลย เสพ ยาเสพติดให้โทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 49 นั้น เห็นว่า ตาม พฤติการณ์ แห่ง คดียัง ไม่สมควร ใช้ วิธีการ เพื่อ ความปลอดภัย แก่ จำเลย ให้ยก คำขอ ใน ส่วน นี้โจทก์ และ จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกา ขอให้ รอการลงโทษ โดย ผู้พิพากษา ซึ่ง พิจารณา และ ลงชื่อใน คำพิพากษา ศาลชั้นต้น อนุญาต ให้ ฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ที่ จำเลย ฎีกา ขอให้ รอการลงโทษ นั้นข้อเท็จจริง ฟังได้ ว่า จำเลย เคย ต้องโทษ จำคุก มา ก่อน ใน ความผิดลักษณะ เดียว กัน ซึ่ง มิใช่ ความผิด ที่ ได้ กระทำ โดยประมาท หรือ ความผิดลหุโทษ จึง ไม่ต้อง ด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่ ศาลฎีกาจะ ใช้ ดุลพินิจ ให้ รอการลงโทษ แก่ จำเลย ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย สมเกียรติ ศุภสุทธิเวช
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56
องค์คณะ
ณรงค์ ตันติเตมิท
บุญธรรม อยู่พุก
ปรีชา บูรณะไทย

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา