ฎีกา ปี พ.ศ. 2555 แพ่ง
ฎีกาที่ 11031/2555
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทั้งหมด กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้จะขายในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2547 จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองกุงศรีว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยหายไป จากนั้นไปดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินที่หายไป สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี ออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ให้ ต่อมาปรากฏว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยอยู่ในความครอบครองของโจทก์
คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 กันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 ตามที่โจทก์ฟ้อง
ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาอีกข้อหนึ่งว่า การที่จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย และหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมทั้งฉบับ แต่กลับมานำสืบว่า จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายจริง แต่ขณะลงลายมือชื่อยังไม่มีการกรอกข้อความใด ๆ เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไม่อาจรับฟังได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลย 4,000 บาท
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นายบุญถอง พุฒแถลง
จำเลย - นายอุเทน ใจปิติ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 456 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 87, ม. 94, ม. 177, ม. 183 - องค์คณะ
- วรพจน์ วิไลชนม์
วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์
ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นางสาวกานดา สิริฤทธิภักดี
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทัศน์พงษ์ เหล่ารักวงศ์ - หมายเลขคดี
- หมายเลขคดีดำ - พ2500/2547
หมายเลขคดีแดง - พ3746/2549
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา