ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 1112/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาต จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินเช่นกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนการจำนำและอายัดหุ้นบริษัทจำเลย ให้จำเลยลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วยจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนให้การว่า การขายทอดตลาดหุ้นของโจทก์กระทำโดยมิชอบ จำเลยไม่มีหน้าที่โอนหุ้นให้แก่โจทก์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนบันทึกจดทะเบียนโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งสี่สำนวนตามจำนวนหุ้นที่โจทก์ซื้อจากการขายทอดตลาดได้ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(2)ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนบันทึกจดทะเบียนโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1ทั้งสี่สำนวนตามจำนวนหุ้นตามฟ้องแต่ละสำนวนไว้เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษา ถ้าจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนไม่ยอมจดทะเบียน ให้ถือเอาคำสั่งของศาลชั้นต้นแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนโดยให้ถือว่าโจทก์ทั้งสี่สำนวนมีชื่อถือหุ้นตามจำนวนตามฟ้องในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งสี่สำนวนจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาเป็นกรณีฉุกเฉินศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อน พิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสี่สำนวนฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินเช่นกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวน จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นเสีย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 267 วรรคสอง โจทก์ทั้งสี่สำนวนจึงไม่มีสิทธิฎีกาพิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสี่สำนวน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด
จำเลย - บริษัท มา บุญ ครอง พืชผล จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 254 (2), ม. 266, ม. 267 วรรคสอง
- องค์คณะ
- เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
สมศักดิ์ วิธุรัติ
อัครวิทย์ สุมาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา