ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 อาญา

ฎีกาที่ 1133/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องไม่อาจขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางคันดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่ารถยนต์บรรทุกของกลางนั้นได้ให้จำเลยเช่า และจำเลยได้นำรถยนต์บรรทุกของกลางไปรับจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดถาวรวิศวโยธา บรรทุกดิน หิน ทราย จนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเป็นคดีนี้ แต่กลับปรากฏจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของตัวจำเลยเองว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่ารถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง เป็นของผู้ร้องจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง มีรายได้เดือนละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเช่นนี้เป็นการให้การในทันทีภายหลังจากที่ถูกจับกุม ยังไม่มีเวลาคิดทบทวนหาเหตุผลเพื่อมาสนับสนุนผู้ร้องในการร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้แม้จำเลยจะได้เบิกความตอบคำถามติงไว้ว่าจำเลยได้ทักท้วงพนักงานสอบสวนที่ระบุในคำให้การว่าจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง คำเบิกความดังกล่าวก็ไม่น่าเชื่อเพราะไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะไปทักท้วงพนักงานสอบสวนในสิ่งที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดในทางอาญาของตน ส่วนหลักฐานอื่น ๆที่ผู้ร้องนำมาสืบไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่า สัญญาจ้างรถร่วมและบันทึกข้อตกลง ก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความรับรู้ของผู้ร้อง และผู้ร้องสามารถจัดทำขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง ดังนั้น การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี
ผู้ร้อง - นาง กำไล รัตนโชติ
จำเลย - นาย สามารถ วิไลแสง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 36
องค์คณะ
วสันต์ ตรีสุวรรณ
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
จำรูญ แสนภักดี

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา