ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 1135/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

หนังสือรับรองการจดทะเบียนท้ายฟ้องมิได้มีข้อจำกัดอำนาจของกรรมการไว้ ผู้ลงชื่อแทนโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจก็เป็นกรรมการของบริษัท และประทับตราสำคัญของบริษัท แม้โจทก์ไม่มีหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทมาแสดงว่ากรรมการกี่คนมีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ระบุในฟ้องและนำสืบแล้วว่า กรรมการที่จะลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือกรรมการสองคนลงชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท ซึ่งไม่ขัดกับหนังสือรับรองการจดทะเบียนท้ายฟ้อง ทั้งฝ่ายจำเลยก็มิได้โต้แย้งว่าไม่ถูกต้องอย่างใด หากศาลสงสัยว่าใบมอบอำนาจกระทำโดยผู้ไม่มีอำนาจ ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้โจทก์ส่งหนังสือรับรองอำนาจจัดการของโจทก์ของสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 66 ถือได้ว่าโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แล้ว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๙,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง ๖๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๙,๙๐๐ บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน ๙,๓๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์บรรยายว่ากรรมการของบริษัทมี ๖ คนตามรายชื่อเอกสารท้ายฟ้อง แต่ไม่มีข้อความจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ แม้หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจะระบุว่าบริษัทโจทก์โดยนายสมชาย เบญจรงคกุลกับนายวิวัฒน์ นาคปนันท์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนมอบอำนาจให้นายสุธรรม ไชยสุวรรณ เป็นโจทก์ฟ้องก็ตาม เมื่อหนังสือรับรองไม่มีข้อความจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท จึงฟังไม่ได้ว่าบริษัทโจทก์ได้มอบอำนาจให้ฟ้อง พิพากษายกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ระบุชื่อกรรมการของบริษัททั้ง ๖ คนตามเอกสารท้ายฟ้องแล้ว และบรรยายในฟ้องด้วยว่ากรรมการที่จะลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือ กรรมการสองคนลงชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท การฟ้องคดีนี้บริษัทโจทก์โดยนายสมชาย เบญจรงคกุลกับนายวิวัฒน์ นาคปนันท์ กรรมการสองคนลงชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญมอบอำนาจให้นายสุธรรม ไชยสุวรรณ เป็นโจทก์ฟ้องและดำเนินคดีแทนตามภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ ศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือรับรองการจดทะเบียนดังที่ปรากฏท้ายฟ้องมิได้มีข้อจำกัดอำนาจของกรรมการไว้ ผู้ลงชื่อแทนโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจก็เป็นกรรมการของบริษัทและประทับตราสำคัญของบริษัทแล้ว หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับได้ แม้โจทก์ไม่มีหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครมาแสดงว่ากรรมการกี่คน มีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ระบุในฟ้องและนำสืบแล้วว่ากรรมการที่จะลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือ กรรมการสองคนลงชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท ซึ่งไม่ขัดกับหนังสือรับรองการจดทะเบียนท้ายฟ้อง ทั้งฝ่ายจำเลยก็มิได้เข้ามาในคดีและโต้แย้งว่าไม่ถูกต้องอย่างใด หากศาลสงสัยว่าใบมอบอำนาจนั้นกระทำโดยผู้ไม่มีอำนาจกระทำแทนโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้โจทก์ส่งหนังสือรับรองอำนาจจัดการของโจทก์ของสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครต่อศาลได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๖๖ ตามหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเอกสารหมาย จ.๒ ถือได้ว่าโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แล้ว
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมให้รวมไว้สั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทนารายณ์สากลประกันภัย จำกัด
จำเลย - นายประวิทย์ หนองใหญ่ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 56, ม. 66
องค์คณะ
พนม พ่วงภิญโญ
สุทิน นนทแก้ว
ประเสริฐ บุญศรี
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแขวงชลบุรี - นายสุรพันธุ์ ละอองมณี
ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา