ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง

ฎีกาที่ 1146/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ยืมเงินจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นกรณีที่โจทก์ปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการและเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการเท่านั้นหาใช่ทำในฐานะส่วนตัวไม่การคืนเงินยืมดังกล่าวก็เพียงแต่นำใบสำคัญที่คณะกรรมการจ่ายเงินได้จ่ายไปนำไปเบิกจากงบประมาณแผ่นดินแล้วนำไปชำระแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดหาจำต้องนำเงินส่วนตัวมาชำระคืนไม่โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา650เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้ยืมเงินโจทก์กับจำเลยจึงไม่มีหนี้ต่อกันหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงไม่มีผลบังคับ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า ขณะจำเลยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมวดการศึกษาส่วนอำเภอน้ำโสม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ได้รับเงินทดรองราชการไปจากโจทก์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายอำเภอน้ำโสม จำนวน 383,544 บาท เพื่อนำไปจ่ายเป็นเงินเดือนค่าจ้าง ค่าใช้สอยและค่าตอบแทนแก่ข้าราชการส่วนจังหวัดตำแหน่งครู ผู้ช่วยครูและลูกจ้าง ที่สังกัดหมวดการศึกษา ส่วนอำเภอน้ำโสม องค์การบริการส่วนจังหวัดอุดรธานี ทดแทนเงินที่ถูกยักยอกไป โดยโจทก์กู้ยืมมาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ต่อมาจำเลยได้นำเงินดังกล่าวบางส่วนจำนวน 103,100 บาท ไปจ่ายเป็นเงินกู้สามัญและเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดอุดรธานี จำกัด แทนสหกรณ์ออกทรัพย์ครูจังหวัดอุดรธานีจำกัด เป็นการนอกเหนือคำสั่ง โจทก์จึงทวงถามให้จำเลยส่งมอบเงินดังกล่าวคืน จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์ตกลงจะชำระเงินจำนวน 103,100 บาท ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 141,762.50 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า เงินทั้งหมดที่จำเลยได้รับจากโจทก์เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหนังสือรับสภาพหนี้จึงเป็นเรื่องที่ปราศจากมูลหนี้อันจะอ้างได้ตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 141,762.50 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ยืมเงินจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เป็นกรณีที่โจทก์ปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะเป็นหัวหน้าส่วนราชการอำเภอน้ำโสม และเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการเท่านั้น หาใช่ทำในฐานะส่วนตัวไม่เพราะหากโจทก์จะยืมเงินในฐานะส่วนตัวแล้วย่อมไม่มีสิทธิยืมเงินได้ และเงินที่ยืมมาจะต้องไปใช้ตามที่ทางราชการกำหนดมาเท่านั้นไม่อาจนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวได้ กรณี คืนเงินยืมโจทก์เพียงแต่นำใบสำคัญที่คณะกรรมการที่โจทก์ตั้งขึ้นจ่ายเงินไป นำไปเบิกจากเงินงบประมาณแผ่นดินแล้วนำไปชำระแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด หาต้องนำเงินส่วนตัวมาชำระคืนไม่ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650 เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้ยืมเงินที่นำมาทดรองใช้จำนวนดังกล่าว โจทก์กับจำเลยจึงไม่มีหนี้ต่อกัน หนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์จึงไม่มีผลบังคับ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ร้อยตรี มานพ พรเรืองวงศ์
จำเลย - นาย เทวินทร์ รัศมีฤทธิ์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 193/14 (1), ม. 650
องค์คณะ
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
สมมาตร พรหมานุกูล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา