ฎีกา ปี พ.ศ. 2536

ฎีกาที่ 115/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเงินเพิ่มสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2525 และเงินเพิ่มตามมาตรา 89 ทวิสำหรับภาษีการค้าปี 2524 และ 2525 ซึ่งเป็นเงินเพิ่มเพราะโจทก์ไม่เสียภาษีภายในกำหนดนั้น กฎหมายกำหนดไว้แน่นอน โดยไม่มีข้อยกเว้นให้งดเก็บเสียได้ และจะลดได้ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ศาลจึงไม่อาจพิจารณางดหรือลดได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ 1049/1/55004-55005 ลงวันที่ 29 มิถุนายน2527 และประเมินภาษีการค้าที่ 1049/3/06319-06320 ลงวันที่29 มิถุนายน 2527 กับเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ 311 ก และ ข/2532/2 และ 312 ก และ ข/2532/2ลงวันที่ 24 มกราคม 2532 กับขอให้งดหรือลดเงินเพิ่มและเบี้ยปรับด้วยจำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ชอบด้วยกฎหมายแล้วขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกับนายสันติพงศ์ ศุภการกิจกุลในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนในการค้าตึกแถวและที่ดิน โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีการค้าปี 2524และ 2525 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อคำวินิจฉัยดังนี้แล้ว คดีจึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไป เกี่ยวกับการของดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งประเด็นข้อนี้ศาลภาษีอากรกลางยังมิได้วินิจฉัยมา แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปทีเดียว โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยก่อนแต่อย่างใด และศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้า แต่โจทก์ไม่ได้เสียกลับอ้างว่าเงินได้หรือรายรับเป็นของผู้อื่น มีพฤติการณ์ว่าโจทก์มีเจตนาจะหลีกเลี่ยงการเสียภาษีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดเงินเพิ่มภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2524 คงเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเงินเพิ่มตามกฎหมาย และลดเบี้ยปรับสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2525และภาษีการค้าของปี 2524 และ 2525 คงเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย นับว่าเป็นคุณแก่โจทก์มากแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดเงินเพิ่มและเบี้ยปรับให้แก่โจทก์อีก ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากรสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2525 และเงินเพิ่มตามมาตรา 89 ทวิ สำหรับภาษีการค้าปี 2524และ 2525 ซึ่งเป็นเงินเพิ่มเพราะโจทก์ไม่เสียภาษีภายในกำหนดเช่นนี้กฎหมายกำหนดไว้แน่นอน โดยไม่มีข้อยกเว้นให้งดเก็บเสียได้ และจะลดได้ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ศาลจึงไม่อาจพิจารณางดหรือลดได้พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง นิ โลหวิบูลย์กิจหรือแซ่เฮง
จำเลย - กรมสรรพากร
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลรัษฎากร — ม. 27, ม. 89 ทวิ
องค์คณะ
มงคล สระฏัน
เจริญ นิลเอสงฆ์
สุนพ กีรติยุติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา