ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่งและอาญา

ฎีกาที่ 1156/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีอาญาของศาลชั้นต้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 4 ลักษณะ 1 จะนำ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้องศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกานั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งอุทธรณ์ของโจทก์ไปยังศาลอุทธรณ์ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์โจทก์และทนายความไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่29 มิถุนายน 2541 ให้ยกฟ้องโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166ประกอบมาตรา 181โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กันยายน 2541 ว่า โจทก์ไม่ทราบกำหนดนัดสืบพยานโจทก์เนื่องจากเสมียนทนายโจทก์ไม่ได้แจ้งวันนัดพิจารณาให้โจทก์ทราบ ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งยกฟ้องและนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 1 กันยายน 2541 ว่าโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์มากำหนดวันนัดแทน ถือได้ว่าโจทก์ทราบกำหนดนัดสืบพยานโจทก์โดยชอบแล้ว ยกคำร้องโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 7 กันยายน 2541 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งยกฟ้องโจทก์และกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติถึงหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดอนุญาตให้คู่ความอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ดังเช่นคดีแพ่ง ดังนั้น การใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีอาญาของศาลชั้นต้น จึงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 4 ลักษณะ 1 จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการยื่นอุทธรณ์ข้ามลำดับของศาล พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกานั้นเสียให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งอุทธรณ์ของโจทก์ไปยังศาลอุทธรณ์ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด
จำเลย - นาย พงศกร บุญมี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 193
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 223 ทวิ
องค์คณะ
กำพล ภู่สุดแสวง
สิงหะ สัตยธรรม
ระพิณ บุญสิทธิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา