ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 116/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่ไม่มีสิ่งใดให้ไว้เป็นมัดจำ เมื่อไม่มีการปฏิบัติตามสัญญาก็ย่อมจะไม่มีมัดจำให้ริบ หนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นเพียงสัญญาซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันผูกพันต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จึงมิใช่มัดจำตามความหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 โจทก์จะริบเงินจำนวนนี้ในฐานะเป็นมัดจำไม่ได้ และจะเรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาค้ำประกันก็ไม่ได้ เพราะตามสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 2 ตกลงยอมชำระเงินแทนจำเลยที่ 1 ต่อเมื่อโจทก์มีสิทธิริบเงินที่วางไว้เป็นประกัน แต่คดีนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินตามสัญญาค้ำประกันเพราะมิใช่มัดจำเสียแล้ว ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาการประกวดราคา โจทก์ได้บอกเลิกการจัดซื้อและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 โดยขอริบเงินมัดจำของ----------จำนวน 65,300 บาท ตามเงื่อนไขการประกวดราคาจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจึงต้องชำระแทนขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินมัดจำซอง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิริบมัดจำหรือเรียกให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแทนจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นซองประกวดราคาเสนอขายสวิตซ์ตัดตอนไฟฟ้าแรงสูงตามประกาศของโจทก์โดยจำเลยที่ 1 ใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 2 มาวางค้ำประกันแทนเงินมัดจำอันมีข้อความระบุว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ทำสัญญา ซึ่งโจทก์มีสิทธิริบเงินที่วางไว้เป็นประกันซองประกวดราคาจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ยอมชำระเงินแทนให้ทันทีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 377 บัญญัติว่า "เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่า สัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย" ดังนี้ เห็นได้ว่า หากไม่มีการให้สิ่งใดเป็นมัดจำไว้ เมื่อไม่มีการปฏิบัติตามสัญญาก็ย่อมจะไม่มีมัดจำให้ริบ หนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นเพียงสัญญาซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันผูกพันต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จึงมิใช่เป็นมัดจำตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์จะริบเงินจำนวนนี้ในฐานเป็นมัดจำไม่ได้ และจะเรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาค้ำประกันก็ไม่ได้อีกเช่นกันเพราะตามสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 2 ตกลงยอมชำระเงินแทนจำเลยที่ 1เมื่อโจทก์มีสิทธิริบเงินที่วางไว้เป็นประกัน แต่คดีนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินตามสัญญาค้ำประกันเพราะมิใช่มัดจำดังได้วินิจฉัยมาแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
จำเลย - บริษัท สยาม รุ่งวิวัฒน์ จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 377, ม. 680
- องค์คณะ
- เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
สมศักดิ์ วิธุรัติ
อัครวิทย์ สุมาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา