ฎีกา ปี พ.ศ. 2535
ฎีกาที่ 118/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างกำหนดกรณีที่ถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรงที่จะลงโทษถึงเลิกจ้างได้โดยกำหนดไว้รวม 10 ประการแต่การที่กรรมการลูกจ้างพูดจาส่อเสียด พนักงานด้วยกันไม่อยู่ใน 10 ประการที่นายจ้างกำหนดไว้ว่าเป็นความผิดร้ายแรงนายจ้างย่อมไม่อาจอ้างมาเป็นเหตุเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
ผู้ร้องทั้งสามสำนวนยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้งสามเป็นลูกจ้างผู้ร้อง และเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านทั้งสามได้บังคับขู่เข็ญขัดขวางพนักงานของผู้ร้องซึ่งเคยทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด ไม่ให้ทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุดและยังใช้กริยาไม่สุภาพกล่าวถ้อยคำส่อเสียด ยุยงส่งเสริมแพร่ข่าวแก่พนักงาน ให้ร้ายแก่พนักงานและผู้บังคับบัญชาที่มาทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด จนเป็นเหตุให้พนักงานและผู้บังคับบัญชาดังกล่าวได้รับความเสียหายขายหน้าและเกรงกลัวว่าจะถูกทำร้ายเป็นผลให้พนักงานและผู้บังคับบัญชาหลายคนไม่มาทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุดให้แก่ผู้ร้อง การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสามทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย และฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องในกรณีร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสามผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งสามไม่ได้บังคับขู่เข็ญขัดขวางพนักงานของผู้ร้องไม่ให้ทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด ทั้งไม่เคยกล่าววาจาไม่สุภาพไม่เคยกล่าวถ้อยคำส่อเสียด ยุยงส่งเสริมหรือแพร่ข่าวแก่พนักงานหรือให้ร้ายแก่พนักงานและผู้บังคับบัญชาที่มาทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด ขอให้ยกคำร้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านทั้งสามมิได้ข่มขู่มิให้พนักงานของผู้ร้องทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 3 พูดจาเสียดสีพนักงานของผู้ร้องด้วยกันนั้นไม่ทำให้ผู้ร้องเสียหายถือไม่ได้ว่าเป็นการทำผิดระเบียบข้อบังคับของผู้ร้องเป็นกรณีร้ายแรง จึงไม่มีเหตุที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสาม มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าการที่ผู้คัดค้านที่ 3 พูดจาส่อเสียด พนักงานด้วยกันนั้นเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของผู้ร้องเป็นกรณีร้ายแรง เห็นว่าตามระเบียบข้อบังคับเอกสารหมาย ร.8 ของผู้ร้องนั้น ในหมวด 6เรื่องวินัยและโทษทางวินัย ข้อ 2 ระเบียบวินัยเกี่ยวกับความประพฤติ 2 กำหนดว่า "ห้ามพนักงานใช้กริยาที่ไม่สุภาพต่อเพื่อนร่วมงานและผู้อื่น ไม่กล่าวถ้อยคำที่อาจทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายขายหน้า และไม่กล่าววาจาส่อเสียด ยุยงส่งเสริมหรือแพร่ข่าวอกุศลให้ร้ายผู้อื่น ซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกในหมู่พนักงาน" ซึ่งการกระทำของผู้คัดค้านที่ 3 ที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้นเป็นการผิดระเบียบวินัยเกี่ยวกับความประพฤติตามข้อดังกล่าวในระเบียบของผู้ร้องเรื่องโทษทางวินัยได้กำหนดไว้ในข้อ 4 ว่า มีกรณีใดบ้างที่ผู้ร้องถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรงที่จะลงโทษถึงเลิกจ้างได้โดยกำหนดไว้รวม10 ประการ แต่การกระทำของผู้คัดค้านที่ 3 ตามที่กล่าวข้างต้นนั้นไม่อยู่ใน 10 ประการที่ผู้ร้องกำหนดไว้ว่าเป็นความผิดร้ายแรงผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างมาเป็นเหตุเลิกจ้างผู้คัดค้านที่ 3 ได้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ผู้ร้อง - บริษัท กรุงเทพ ไดอ์แคสซ์ติ้ง แอนด์ อินแจ๊กชั่น จำกัด
ผู้คัดค้าน - นาย อัครพงษ์ จันทร์วิลัย กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 — ม. 53
- องค์คณะ
- อุดม เฟื่องฟุ้ง
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
ตัน เวทไว
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา