ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 1180/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เมื่อการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เกิดที่อำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรี แม้ความผิดฐานรับของโจรจะเกิดที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก็เป็นความผิดที่ได้กระทำต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรโยคจึงมีอำนาจสอบสวนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในข้อหารับของโจรได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 และเมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรโยค ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2533 เวลาประมาณ 18นาฬิกา จำเลยที่ 1 กับพวก 1 คน ซึ่งหลบหนีไป ได้ร่วมกันลักเอารถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กาญจนบุรี ช-5405 ของนายวิริยะต่วนศรีแก้ว ผู้เสียหายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลลุ่มสุ่มอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตามวันเวลาดังกล่าว หลังจากจำเลยที่ 1 กับพวกลักรถผู้เสียหายไปแล้ว จนถึงวันที่จับจำเลยที่ 2และที่ 3 ได้คือวันที่ 12 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 2 และที่ 3ได้ร่วมกันรับของโจรรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และตำบลบ่อสุพรรณอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เกี่ยวพันกันขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335(7) วรรคสอง(ที่ถูกวรรคแรก) จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 วางโทษจำคุก 2 ปี จำเลยที่ 2และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 357 วรรคแรก วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี คำเบิกความของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลยทั้งสามมีกำหนด 1 ปี 6 เดือนจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาเป็นประการสุดท้ายว่าความผิดฐานรับของโจรเกิดที่ตำบลบ่อสุพรรณอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์จะต้องฟ้องจำเลยที่ 2และที่ 3 ที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี นั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 บัญญัติไว้มีใจความว่าเมื่อความผิดนั้นเป็นความต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้คดีนี้การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เกิดที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี แม้ความผิดฐานรับของโจรจะเกิดที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก็เป็นความผิดที่ได้กระทำต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรโยคจึงมีอำนาจสอบสวนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในข้อหารับของโจรได้ และเมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอไทรโยค ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้"ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี
จำเลย - นาย พรชัยหรืออ็อด ศรีไพร กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 19, ม. 22 (1)
- องค์คณะ
- ชูชาติ ศรีแสง
สวิน อักขรายุธ
วินัย วิมลเศรษฐ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา