ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา

ฎีกาที่ 1199/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ฎีกาทุกฉบับต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับจำเลยจะขอถือเอาคำแถลงการณ์ปิดคดีในศาลชั้นต้นเป็น ส่วนหนึ่งของฎีกาจำเลยไม่ได้ จำเลยไม่ได้ฎีกาคัดค้านว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2ที่วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องนั้นไม่ถูกต้องอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 14 มกราคม 2531 ถึงวันที่14 กรกฎาคม 2531 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยได้ก่อสร้างอาคารตึกสามชั้นครึ่งจำนวน 5 คูหาแบบถาวร อันเป็นอาคารพาณิชยกรรมขึ้น ณ ที่ดินโฉนดเลขที่ 242ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบการกระทำผิดของจำเลยในวันที่ 21 มกราคม 2531 เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารที่ไม่ได้รับใบอนุญาตไว้จนกว่าจำเลยจะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นจำเลยทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2531 ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยยังก่อสร้างอาคารที่ไม่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวต่อไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 โดยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 4, 21, 40, 65, 67, 70 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21, 40 วรรคแรก,65 วรรคแรก, 67 ประกอบ มาตรา 70 ลงโทษฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 40,000 บาท และฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ปรับวันละ 5,000 บาทนับแต่วันที่ 23 มกราคม 2531 ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 เป็นเงิน870,000 บาทรวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 910,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ606,666.66 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยได้แถลงการณ์ปิดคดีโดยขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จำเลยขอถือเอาคำแถลงการณ์ปิดคดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาจำเลยนั้น เห็นว่าฎีกาทุกฉบับต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับดังที่บัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 225 จำเลยจะขอถือเอาคำแถลงการณ์ปิดคดีในศาลชั้นต้นเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาจำเลยไม่ได้และตามที่จำเลยบรรยายมาในฎีกาของจำเลยไม่เพียงพอที่จะให้เข้าใจได้ว่าจำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเหตุใด ทั้งไม่ได้คัดค้านว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องนั้นไม่ถูกต้องอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ดังกล่าว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย แล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานก่อสร้างอาคารที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างเมื่อวันที่23 มกราคม 2531 จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2531 รวม 10 วันที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วย แต่ที่พิพากษาให้ลงโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างนับแต่วันที่ 23 มกราคม 2531ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยเพียงบางส่วนพิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างให้ปรับวันละ 5,000 บาท รวม 10 วัน เป็นเงิน 50,000 บาทลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามคงให้ปรับ 33,333.1 บาท เมื่อรวมกับโทษปรับฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ปรับ 40,000 บาทลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงให้ปรับ26,666.2 บาท แล้ว เป็นให้ปรับจำเลยรวม 60,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่
จำเลย - นาง เอื้อม พร งามอริยะกุล
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 174, ม. 193 วรรคสอง, ม. 225
องค์คณะ
พรชัย สมรรถเวช
ยงยุทธ ธารีสาร
สมปอง เสนเนียม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา