ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 1200/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่จำเลยขับรถโดยอาการน่าหวาดเสียวและโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นเป็นเหตุให้รถชนผู้อื่นบาดเจ็บบาดเจ็บสาหัสและตาย อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกมาตรา(43)4และ(8)กับเป็นความผิดตามป.อ.มาตรา291,300และ390ด้วยนั้นถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาท โดยอาการอันน่าหวาดเสียวและโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นเป็นเหตุให้รถของจำเลยชนถูกรถยนต์โดยสารเล็ก ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายหลายคน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 และ 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 และ 162 และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา291, 90 จำคุก 6 ปี กระทงหนึ่ง กับผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43, 157 ปรับ 600 บาท อีกกระทงหนึ่ง จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วยจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ และยกคำขอให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าเป็นความผิดกรรมเดียวกันทั้งหมด ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 90 เพียงบทเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลาายกรรมต่างกันศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และ (8)กับการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยขับรถโดยอาการน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และ (8) ย่อมเป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง หรือมิได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอ และการกระทำในลักษณะดังกล่าวก็เป็นองค์ประกอบของการกระทำโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 ด้วย ดังนั้นเมื่อจำเลยได้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และ(8) จึงเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาอยู่ในตัว การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลาบบทต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา90 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษาคดีมาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน."
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย สุชาญ สังข์ทอง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 91
- องค์คณะ
- อำนวย อินทุภูติ
ดำริ ศุภพิโรจน์
สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา