ฎีกา ปี พ.ศ. 2558
ฎีกาที่ 12167/2558
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/39 วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคห้าและวรรคหก บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการทวงหนี้ ขอออกคำบังคับและขอออกหมายบังคับคดีต่อศาล เพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามที่ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนแจ้ง อันเป็นอำนาจและหน้าที่โดยเฉพาะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะต้องดำเนินการ แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขอให้ศาลออกคำบังคับและส่งคำบังคับเพื่อบังคับคดีแก่ผู้ถูกทวงหนี้ไว้แล้วโดยชอบก็ตาม แต่ลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามมาตรา 90/39 วรรคหก ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทสินบัวหลวงคอนซัลแตนซี่ จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน โดยมีบริษัทสินบัวหลวงคอนซัลแตนซี่ จำกัด เป็นผู้บริหารแผน ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 เนื่องจากการฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน
ลูกหนี้ยื่นคำร้องว่า ศาลล้มละลายกลางออกคำบังคับให้นายจำปี ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 30 ชำระหนี้ในมูลหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วเงินค้างชำระจำนวน 775,328.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จต่อผู้บริหารแผน ภายใน 14 วัน นับแต่วันได้รับคำบังคับและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้จัดส่งคำบังคับให้แก่ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 30 ด้วยวิธีปิดหมาย แต่ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 30 ไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 30 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ต่อไป
ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยว่า บุคคลที่จะมีคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/39 วรรคหก คือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น ลูกหนี้จึงไม่มีสิทธิยื่นคำขอ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
ลูกหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ที่ลูกหนี้อุทธรณ์ว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไม่กระทบถึงการใดที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กระทำไปก่อนแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/76 คำบังคับที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอออกไว้ตามความในมาตรา 90/39 วรรคห้า จึงชอบด้วยกฎหมาย ลูกหนี้ย่อมดำเนินการบังคับคดีแก่ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 30 ต่อไปได้นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/39 วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคห้า และวรรคหก บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการทวงหนี้ ขอออกคำบังคับและขอออกหมายบังคับคดีต่อศาล เพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามที่ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนแจ้ง อันเป็นอำนาจและหน้าที่โดยเฉพาะของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะต้องดำเนินการ แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขอให้ศาลออกคำบังคับและส่งคำบังคับเพื่อบังคับคดีแก่ผู้ถูกทวงหนี้รายที่ 30 ไว้แล้วโดยชอบก็ตาม แต่ลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามมาตรา 90/39 วรรคหก ได้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของลูกหนี้จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของลูกหนี้ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ลูกหนี้ผู้ร้องขอ - บริษัทสินบัวหลวงแคปปิตอล จำกัด
- กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 90/39 วรรคหนึ่ง, ม. 90/39 วรรคสอง, ม. 90/39 วรรคห้า, ม. 90/39 วรรคหก
- องค์คณะ
- สุพจน์ กิตติรักษนนท์
ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์
อธิคม อินทุภูติ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลล้มละลายกลาง - นายวันชัย โสภาโชติ
- หมายเลขคดี
- หมายเลขคดีดำ - ฟ667/2544
หมายเลขคดีแดง - ฟ637/2544 - แผนก
- ล้มละลาย
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา