ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา
ฎีกาที่ 1229/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและผลการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกลวงได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยให้คำรับรองต่อโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะชำระหนี้แทนนาง ส. และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์เป็นคำมั่นสัญญาที่จำเลยจะปฏิบัติในอนาคต คำรับรองดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อความเท็จ เพราะโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีต่อนางสุภาพรฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ต่อมา จำเลยรับรองต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะชำระหนี้แทนนางสุภาพร และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ โจทก์หลงเชื่อจึงถอนคำร้องทุกข์ ครั้นถึงกำหนดชำระหนี้แทนนางสุภาพรจำเลยไม่ยอมชำระหนี้แทน การกระทำของจำเลยถือว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตฉ้อโกงโจทก์ ทำให้โจทก์เสียสิทธิในการดำเนินคดีอาญาต่อนางสุภาพรขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและผลการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกลวงได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยให้คำรับรองต่อโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า จะชำระหนี้แทนนางสุภาพรภายในวันที่ 30 เมษายน 2534 และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ คำรับรองว่าจะใช้หนี้แทนภายในวันที่ 30 เมษายน2534 เป็นคำมั่นสัญญาที่จำเลยจะปฏิบัติในอนาคต ขณะให้คำรับรองยังไม่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดตามรับรองแล้ว จำเลยจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรอง คำรับรองดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อความเท็จ นอกจากจำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรองจึงจะถือได้ว่าจำเลยแสดงข้อความเท็จ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีความตั้งใจ มาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรอง ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง สม ถวิล สีมารักษ์
จำเลย - นาง สุมล พินิจพานิชย์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 341
- องค์คณะ
- ปราโมทย์ ชพานนท์
อุระ หวังอ้อมกลาง
เริงธรรม ลัดพลี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา