ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 1235/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยสามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนจริง ยกคำร้อง จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่ยื่นคำร้องขออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนปรากฏว่าคำร้องดังกล่าวมิได้กล่าวอ้างว่าพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมนั้นเหตุใดจึงมิได้ระบุหรืออ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรกและพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมมีความสำคัญที่จะหักล้างข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังไว้อย่างไร เพียงแต่แนบบัญชีระบุพยานซึ่งระบุรายชื่อพยานบุคคลซึ่งส่วนใหญ่ได้อ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรกและอ้างเพิ่มบางคนเท่านั้น ดังนี้ ทำให้เห็นว่าจำเลยไม่น่าจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมพอที่จะแสดงว่าฐานะของจำเลยแตกต่างไปจากที่เคยวินิจฉัยไว้แล้ว ศาลชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยเสียได้ โดยไม่ต้องไต่สวนคำร้อง.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน12,956,077.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 12,290,498.40 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้เอากับทรัพย์จำนอง และทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์จนครบจำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลได้ให้โอกาสจำเลยแสดงหลักฐานมาเป็นเวลานานแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะให้ไต่สวนเพิ่มขึ้น ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่า สมควรไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยแล้วฟังว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดรวม 10 โฉนดซึ่งติดจำนองโจทก์ จำเลยเบิกความยอมรับว่าราคาที่ดินจำนองสูงกว่าหนี้ของโจทก์ประกอบกับจำเลยยังสามารถชำระหนี้แก่ธนาคารเอเชีย จำกัด ซึ่งมียอดหนี้ประมาณ 5 ล้านบาทได้ จำเลยยังอยู่ในฐานะที่ยังพอมีเงินหรือหาเงินเสียค่าธรรมเนียมศาลได้มิได้ยากจนจริง จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ยื่นคำร้องขออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจน ซึ่งคำร้องดังกล่าวก็มิได้กล่าวอ้างว่าพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมนี้เหตุใดจึงมิได้ระบุหรืออ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรก และพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมมีความสำคัญพอที่จะหักล้างข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังไว้ได้อย่างไร จำเลยเพียงแต่แนบบัญชีพยานซึ่งระบุรายชื่อพยานบุคคลซึ่งส่วนใหญ่ได้อ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรกและอ้างเพิ่มบางคนเท่านั้น พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่าจำเลยไม่น่าจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมพอที่จะแสดงว่าฐานะของจำเลยแตกต่างไปจากที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1สั่งยกคำร้องของจำเลยนี้ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ถ้าจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำพิพากษา.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด
จำเลย - นาย บัญชา บุญ ประภาการ หรือ จี้เม้ง แซ่ บึง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 156
องค์คณะ
สมมาตร พรหมานุกูล
เทพฤทธิ์ ศิลปนนท์
สมศักดิ์ วิธุรัติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา