ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 1281/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เบี้ยปรับคือค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาอันอาจมีหรือเกิดขึ้นจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติผิดสัญญา เพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา แต่ ก็มิได้บังคับโดย เด็ดขาดว่าจำนวนเบี้ยปรับจะต้อง เป็นไปตาม ที่กำหนดไว้ในสัญญาหากจำนวนเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วนศาลอาจใช้ ดุลพินิจลดจำนวนเบี้ยปรับตาม สัญญาลงได้ โดย พิจารณาถึง ทางได้เสียของโจทก์ซึ่ง เป็นเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วย กฎหมาย.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ได้ซื้อสินค้าจากจำเลยที่ 1 จำนวน 5 ครั้ง 5 สัญญาในแต่ละสัญญา กำหนดไว้ว่าถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบสินค้าหรือส่งมอบไม่ครบถ้วน จำเลยที่ 1ยอมให้ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสินค้าที่ยังไม่ส่งมอบ จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาต้องเสียค่าปรับเป็นเงินรวมทั้งสิ้น167,351.08 บาท จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยที่ 2เพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าปรับจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 83,700 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเบี้ยปรับเต็มตามฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาเป็นสำคัญว่า เบี้ยปรับที่กำหนดไว้ในอัตราร้อยละ 0.2 ต่อวันของราคาสินค้าที่ยังไม่ได้ส่งมอบเป็นอัตราที่ต่ำอยู่แล้ว ส่วนระยะเวลาที่ล่วงเลยไปจากวันครบกำหนดสัญญาจนถึงวันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาก็เนื่องมาจากการละเลยและขาดความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามสัญญาของจำเลยจึงไม่ควรลดเบี้ยปรับให้แก่จำเลย พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เบี้ยปรับก็คือค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาอันอาจมีหรือเกิดขึ้นจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติผิดสัญญา เพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา แต่ก็มิได้บังคับโดยเด็ดขาดว่าจำนวนเบี้ยปรับจะต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาหากจำนวนเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วนศาลอาจใช้ดุลพินิจลดจำนวนเบี้ยปรับตามสัญญาลงได้โดยพิจารณาถึงทางได้เสียของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์มิได้นำสืบมาให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ที่จำเลยที่ 1 ประพฤติผิดสัญญาโดยไม่ส่งสินค้าที่ตกลงขายให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายมากน้อยเพียงใด แม้เบี้ยปรับที่กำหนดไว้ในสัญญาจะเป็นอัตราที่โจทก์อ้างว่าต่ำ แต่เมื่อคำนวณเป็นรายวันแล้วเบี้ยปรับในสัญญาฉบับที่ 1 ถึงที่ 3 มีจำนวนสูงเกือบเท่าจำนวนเงินค่าสินค้าตามสัญญาโดยเฉพาะสัญญาฉบับที่ 4 เบี้ยปรับสูงกว่าจำนวนเงินค่าสินค้าตามสัญญาเสียอีก ประกอบกับได้ความตามทางนำสืบว่า ในการทำสัญญากันครั้งนี้มีการวางเงินประกันและโจทก์ได้ริบเงินประกันไปแล้วด้วยดังนี้ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าเบี้ยปรับที่โจทก์เรียกร้องมาสูงเกินส่วนจึงให้ลดลงประมาณครึ่งหนึ่งในแต่ละสัญญารวมแล้วเหลือ83,700 บาท จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบและเหมาะสมแก่รูปคดี..."พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - กองทัพอากาศ
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด อา ร์แอนด์ อาร์ แอส โซซิเอท กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 383
- องค์คณะ
- นาม ยิ้มแย้ม
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
โสภณ จันเทรมะ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา