ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง

ฎีกาที่ 1286/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ฟ้องโจทก์อ้างเหตุแห่งความเสียหายไว้ 2 ประการคือ ค่ารักษาพยาบาลประการหนึ่ง กับค่าเสียหายอันเกิดจากการบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบการงานตามปกติได้อีกประการหนึ่ง แต่โจทก์รวมยอดค่าเสียหายทั้งสองจำนวนเข้าด้วยกันเป็นเงิน 100,000 บาท จำเลยให้การปฏิเสธเฉพาะค่าเสียหายในส่วนที่ โจทก์ไม่สามารถประกอบการงานตามปกติได้เท่านั้น ส่วนค่าเสียหาย ที่โจทก์ต้องเสียไปเนื่องจากการรักษาพยาบาลนั้น จำเลยมิได้ ให้การปฏิเสธ กรณีเช่นนี้ถือว่าจำเลยยอมรับว่าโจทก์ต้องสิ้นเงินในการรักษาพยาบาลจริง ศาลชั้นต้นจึงกำหนดจำนวนเงินที่โจทก์ต้องเสียไปเนื่องจากการรักษาพยาบาลได้ มิใช่พิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2538 โจทก์นั่งรถยนต์โดยสารประจำทางของจำเลย ซึ่งวิ่งรับส่งผู้โดยสารตามเส้นทางขุขันธ์-บ้านปะอุง จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงด้วยความประมาทเป็นเหตุให้รถตกลงข้างถนน โจทก์ตกจากรถได้รับบาดเจ็บขาขวาท่อนบนหักต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสะเกษหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วยังต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์เป็นระยะจนกว่าจะหายขาดและผ่าตัดเอาเหล็กที่ดาม กระดูกออก โดยไม่สามารถประกอบการงานอาชีพตามปกติได้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 8 เดือน รวมค่าเสียหาย 100,000 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยทำละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน1,130 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 101,130 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 101,130 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อเอง ความเสียหายเนื่องจากไม่สามารถประกอบการงานตามปกติของโจทก์มีไม่ถึง 100,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 เมษายน 2538เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในส่วนค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือไม่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายมาในคำฟ้องว่าโจทก์ต้องเสียหายจากการรักษาพยาบาลเป็นเงินเท่าใด ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในส่วนค่ารักษาพยาบาล จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ เห็นว่า เมื่อพิจารณาคำบรรยายฟ้องโจทก์ข้อ 2 แล้ว โจทก์ได้อ้างเหตุแห่งความเสียหายไว้ 2 ประการคือ ค่ารักษาพยาบาลประการหนึ่ง กับค่าเสียหายอันเกิดจากการบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบการงานตามปกติได้อีกประการหนึ่ง โดยโจทก์รวมยอดค่าเสียหายทั้งสองจำนวนเข้าด้วยกันเป็นเงิน 100,000 บาท ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธเฉพาะค่าเสียหายในส่วนที่โจทก์ไม่สามารถประกอบการงานตามปกติได้เท่านั้น ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ต้องเสียไปเนื่องจากการรักษาพยาบาลนั้น จำเลยมิได้ปฏิเสธอย่างใด กรณีเช่นนี้ถือว่าจำเลยยอมรับว่าโจทก์ต้องสิ้นเงินในการรักษาพยาบาลจริง ศาลชั้นต้นจึงกำหนดจำนวนเงินที่โจทก์ต้องเสียไปเนื่องจากการรักษาพยาบาลได้กรณีจึงมิใช่พิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย ลา วง ษ์ ทอง
จำเลย - นาย ดี เหินหาญ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 438, ม. 443
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 84, ม. 142, ม. 172, ม. 177
องค์คณะ
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
สถิตย์ ไพเราะ
ศุภชัย ภู่งาม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา