ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 1292/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ไปรับเงินจากศาลมามอบให้เทศบาล แม้จะไม่ใช่หน้าที่ตามตำแหน่งของจำเลยโดยตรง แต่เมื่อจำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการแล้ว จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินที่ได้รับมอบหมายนั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่จัดการเป็นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นพนักงานของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ตำแหน่งนิติกร 4 ได้รับมอบอำนาจจากเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ให้ไปรับเงินค่าธรรมเนียมในการยึดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายจำนวน 35,000 บาท ซึ่งศาลจังหวัดเพชรบูรณ์สั่งคืนให้แก่เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ได้ยักยอกเบียดบังเอาเงินจำนวน 35,000 บาทของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ไปเป็นประโยชน์ของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ลงโทษจำคุก 5 ปี ทางต่อสู้ของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ประกอบกับจำเลยนำเงินมาชดใช้คืนเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ในเวลาอันรวดเร็วเป็นการบรรเทาผลร้ายมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี หลังจากทำผิดแล้วจำเลยได้นำเงินที่ยักยอกไปคืนผู้เสียหายถือว่าจำเลยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 8 เดือนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นข้าราชการเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ตำแหน่งนิติกร 4 ได้รับมอบหมายจากนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ให้ไปรับเงินค่าธรรมเนียมคืนจากศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ 35,000 บาทจำเลยรับเงินจากศาลจังหวัดเพชรบูรณ์วันที่ 15 พฤษภาคม 2532มิได้นำส่งมอบให้นายกเทศมนตรีหรือเทศบาลในวันนั้น เมื่อนายกเทศมนตรีทวงถามจำเลยนำเงินคืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2532 จำเลยไม่ได้ฎีกาข้อเท็จจริง จึงฟังได้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต่อไปว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินดังกล่าวเป็นของตน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ เห็นว่าจำเลยเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ไปรับเงินจากศาลมามอบให้เทศบาลแม้จะไม่ใช่หน้าที่ตามตำแหน่งของจำเลยโดยตรง เมื่อจำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการแล้ว จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินที่ได้รับมอบหมายนั้นเมื่อจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตน จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่จัดการเป็นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เพชรบูรณ์
จำเลย - นาย ปริญญา อา นันทสฤษฎ์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 147, ม. 352
องค์คณะ
สกล เหมือนพะวงศ์
อัมพร ทองประยูร
โสภณ จันเทรมะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา