ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 1293/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ที่ 1 ผู้รับประกันภัยนำรถของโจทก์ที่ 2 ผู้เอาประกันภัยที่ถูกรถของฝ่ายจำเลยชนเสียหายไปให้อู่ซ่อมจนเสร็จ และโจทก์ที่ 1มอบรถให้โจทก์ที่ 2 รับไปเรียบร้อยแล้ว ความเสียหายที่โจทก์ที่ 2เจ้าของรถได้รับคือรถของตนบุบสลายเสียหายเพราะถูกฝ่ายจำเลยชนเมื่อโจทก์ที่ 1 ได้สั่งให้อู่จัดการซ่อมและอู่ทำการซ่อมเสร็จเรียบร้อยจนกระทั่งส่งมอบให้โจทก์ที่ 2 รับไปแล้ว ดังนั้นโจทก์ที่ 1ก็ต้องมีความผูกพันที่จะต้องใช้ราคาซ่อมให้แก่อู่ตามจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้ ถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้วตามจำนวนราคาค่าจ้างที่ได้ตกลงไว้กับอู่ผู้ทำการซ่อม โจทก์ที่ 1จึงรับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ที่มีต่อฝ่ายจำเลยแล้ว
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ที่ 2จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างหรือในกิจการของจำเลยที่ 2ที่ 3 ด้วยความประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 เสียหาย โจทก์ที่ 1ชำระค่าซ่อมไปแล้ว จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ขอบังคับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันและแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 87,972 บาท ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2จำนวน 48,375 บาท และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 81,835 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ในต้นเงิน 45,000 บาทแก่โจทก์ที่ 2 นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2ที่ 3 ที่ 4 ยื่นคำให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2528 จนกว่าชำระเสร็จและร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 16,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสี่ชดใช้โจทก์ทั้งสองตามจำนวนเงินที่โจทก์ชนะคดีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 และที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่โจทก์ที่ 1 ผู้รับประกันภัยจะรับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ผู้เอาประกันภัยฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่ได้หรือไม่นั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 880 วรรคแรก บัญญัติว่า ถ้าความวินาศนั้นได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกไซร้ ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้นคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ที่ 1 นำรถของโจทก์ที่ 2ที่ถูกรถของฝ่ายจำเลยชนเสียหายไปให้อู่เฉลิมวันชาติซ่อมจนเสร็จและโจทก์ที่ 1 มอบรถให้โจทก์ที่ 2 รับไปเรียบร้อยแล้ว ความเสียหายที่โจทก์ที่ 2 เจ้าของรถได้รับก็คือรถของตนบุบสลายเสียหายเพราะถูกรถฝ่ายจำเลยชน เมื่อโจทก์ที่ 1 ได้สั่งให้อู่เฉลิมวันชาติจัดการซ่อมและอู่ทำการซ่อมเสร็จเรียบร้อยจนกระทั่งส่งมอบให้โจทก์ที่ 2 รับไปแล้ว ดังนี้โจทก์ที่ 1 ก็ต้องมีความผูกพันที่จะต้องใช้ราคาซ่อมให้แก่อู่เฉลิมวันชาติตามจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้ถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้วตามจำนวนราคาค่าจ้างที่ได้ตกลงไว้กับอู่เฉลิมวันชาติผู้ทำการซ่อม โจทก์ที่ 1จึงรับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ที่มีต่อจำเลยทั้งสี่แล้วโจทก์ที่ 1จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท พิทักษ์ ประกันภัย จำกัด กับพวก
จำเลย - นาย สม เกียรติ แซ่จิว กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 880
- องค์คณะ
- ประยูร มูลศาสตร์
ก้าน อันนานนท์
ไพบูลย์ จามิกรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา