ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 แพ่ง

ฎีกาที่ 1305/2543

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ทนายโจทก์ได้รับสำเนาแล้วแถลงคัดค้านว่าทนายจำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ การแถลงคัดค้านของโจทก์ดังกล่าวเป็นการคัดค้านเพื่อประกอบดุลพินิจของศาลชั้นต้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไปเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากโจทก์ไม่เห็นด้วยโจทก์ต้องโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวให้ปรากฏไว้ จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 226 (2) ประกอบ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา153 แต่หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้แล้วไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์โจทก์จะถือเอาคำแถลงคัดค้านของโจทก์ที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งโดยปริยายหาได้ไม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่ง คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๗๖๑,๙๘๖ บาท หลังจากศาลพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอออกหมายบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๘๔๘๒เนื้อที่ ๖๗ ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แล้วแต่ที่ดินแปลงดังกล่าวจดทะเบียนจำนองแก่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)เป็นเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และมีหนี้ค้างชำระสูงกว่าราคาที่ดินตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาไว้ นอกจากนี้จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
จำเลยให้การว่า จำเลยมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้และมิใช่เป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ โดยอ้างในคำร้องว่า เพื่อแสดงหลักฐานฐานะของจำเลย แต่โจทก์โต้แย้งคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมและอุทธรณ์คำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ แผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แต่โจทก์กลับมาโต้แย้งภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วเช่นนี้ เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓มาตรา ๑๕๓ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ไม่รับวินิจฉัยให้ และพิพากษายืนในคำพิพากษาฉบับเดียวกัน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏจากรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ทนายโจทก์ได้รับสำเนาแล้ว แถลงคัดค้านว่าทนายจำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การแถลงคัดค้านของโจทก์ดังกล่าวเป็นการคัดค้านเพื่อประกอบดุลพินิจของศาลชั้นต้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไปเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากโจทก์ไม่เห็นด้วยโจทก์ต้องโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวให้ปรากฏไว้จึงชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๒) ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ แต่คดีนี้หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้แล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๒)ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ โจทก์จะถือเอาคำแถลงคัดค้านของโจทก์ที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งโดยปริยาย ดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่
พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นางสาวสิริธร ครุสัตยานนท์
จำเลย - นายไพบูลย์ อัศวโนดม
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 86, ม. 226 (2)
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 153
องค์คณะ
ชวลิต ยอดเณร
จำลอง สุขศิริ
พิชัย เตโชพิทยากูล
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสมคิด แสงธรรม
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจรูญ อินทจาร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา