ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา
ฎีกาที่ 1357/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยตักเฮโรอีนออกจากถุงบรรจุลงหลอดพลาสติกเบอร์ 5 จำนวน 161 หลอด ถือได้ว่าเป็นการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 แต่เมื่อเฮโรอีนดังกล่าวเป็นจำนวนเดียวกันกับเฮโรอีนที่จำเลยกับพวกมีไว้เพื่อจำหน่ายการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนจำนวน 1 ถุง ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้ผลิตโดยการแบ่งเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ดังกล่าวออกมาบางส่วนบรรจุใส่หลอดพลาสติกจำนวน 161 หลอด เพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 65 วรรคสอง,66 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายวางโทษจำคุกตลอดชีวิต ความผิดฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายวางโทษประหารชีวิต เมื่อรวมโทษทั้งสองกระทงแล้วคงให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่นายพงษ์ธรกับพวกจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดที่บางโพอพาทเม้นท์ห้องเลขที่ 614 ซึ่งเป็นห้องพักของจำเลย ขณะทำการจับกุมจำเลยนั้นมีจำเลยอยู่ในห้องพักคนเดียว ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่าของกลางทั้งหมดเป็นของจำเลย และการที่จำเลยมีเฮโรอีนบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวนครึ่งถุง และเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกเบอร์ 5จำนวน 161 หลอดนั้น เห็นว่า จำเลยมีเฮโรอีนบางส่วนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกเบอร์ 5 จำนวน 161 หลอด ซึ่งอยู่ในสภาพที่พร้อมจะนำออกจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่า 100 กรัม และการที่ปากถุงพลาสติกตราสิงโตคู่ซึ่งบรรจุเฮโรอีนจำนวนครึ่งถึงมีรอยตัดปากถุงส่วนที่ตัดออกมีคราบผงสีขาวติดอยู่แสดงว่าจำเลยได้ตัดปากถุงแล้วตึกเฮโรอีนออกจากถึงบรรจุลงไปในหลอดพลาสติกเบอร์ 5 แล้วจำนวน 161 หลอด พฤติการณ์ดังกล่าวมานี้ถือได้ว่าจำเลยได้ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 แล้ว จำเลยย่อมมีความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อีกประเภทหนึ่งด้วยเมื่อเฮโรอีนดังกล่าวเป็นจำนวนเดียวกับเฮโรอีนที่จำเลยทั้งสองกับพวกมีไว้เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในปัญหานี้ศาลฎีกา ก็ยกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของ จำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 65 วรรคสองซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ให้ประหารชีวิตจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย สม ชัย ไกรนุชนาถ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 91
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 195 วรรคสอง, ม. 225
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 15, ม. 65 วรรคสอง, ม. 66 วรรคสอง - องค์คณะ
- บรรเทิง มุลพรม
ไมตรี กลั่นนุรักษ์
สุรินทร์ นาควิเชียร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา