ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา

ฎีกาที่ 1367/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยตั้ง โรงงานใช้ เครื่องจักรมีกำลังรวมทั้งหมดเป็นจำนวนถึง 52.2 แรงม้า ใช้ คนงานถึง 50 คน ทำการปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นรวม 3 ราย ทำการผลิตเสื้อผ้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ถือ ได้ ว่าเป็นความผิดร้ายแรง ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยว่ากระทำการปลอมเครื่องหมายการค้ามีชื่อ สำหรับกระดุม และพลาสติกสำหรับใช้แขวน ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงริบกระดุมและพลาสติกสำหรับใช้ แขวนของกลางที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ได้ ส่วนผ้าที่ตัด เป็นตัว เสื้อแล้ว แต่ยังไม่ได้เย็บ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐาน ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ผ้าดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการปลอมเครื่องหมายการค้า จึงไม่อาจริบได้ และการที่โจทก์ขอให้ริบสิ่งของอื่นอีกหลายรายการของกลางนั้น เพียงเท่านี้ไม่อาจทราบว่าของกลางคืออะไรบ้างและเกี่ยวกับการกระทำความผิดอย่างไร จึงไม่อาจริบได้.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันโดยจำเลยได้ตั้งโรงงานและดำเนินงานประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ภายในราชอาณาจักรหลายราย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 5, 8, 12, 43, 44ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 273 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2512 มาตรา 5, 8, 12, 43, 44 (ที่แก้ไขแล้ว)ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 273 (ที่แก้ไขแล้ว) วางโทษตามมาตรา 43 วรรคแรก ปรับ 70,000 บาท ตามมาตรา 44 วรรคแรกจำคุก 8 เดือน และปรับ 50,000 บาท ตามมาตรา 273, 91 กรรมละ 4เดือน ปรับ 2,000 บาท รวม 6 กรรม รวมจำคุก 32 เดือน และปรับ132,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 16 เดือน และปรับ 66,000 บาท โทษจำคุกเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ของกลางริบโจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าให้จำคุก กระทงละ 4 เดือน รวม 3 กระทงเป็นจำคุก 12 เดือน รวมโทษในความผิดฐานตั้งและประกอบกิจการโรงงานไม่รับอนุญาตด้วยแล้ว เป็นจำคุก 20 เดือนและปรับ 70,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้วคงจำคุก 10 เดือน และปรับ 35,000 บาท ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 30 ความผิดที่ถูกจำคุกไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่และสมควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยตั้งโรงงานใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมทั้งหมดเป็นจำนวนถึง 52.2 แรงม้าใช้คนงานถึง 50 คน ทำการปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นรวม 3 รายทำการผลิตเสื้อผ้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมดังกล่าวเป็นจำนวนมากซึ่งถือได้ว่าเป็นความผิดร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลยที่จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยใช้จักรเย็บผ้าจำนวน 32 คัน รวมกำลังแรงม้าได้อย่างมากที่สุดก็เพียง 10.25 แรงม้าเท่านั้นและจักรเย็บผ้าของจำเลยแต่ละคันมีกำลังเพียง 0.25 และ 0.33แรงม้า ซึ่งเป็นที่ทราบทั่วไปในวงการอุตสาหกรรมการตัดเย็บเสื้อผ้าว่าจักรแต่ละคันจะมีกำลังแรงม้าเพียง 0.25 หรือ 0.33 แรงม้ามิใช่ 45.5 แรงม้า ดังที่โจทก์ฟ้องแต่อย่างใดนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างมานี้เป็นข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำให้การที่จำเลยรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งไม่อาจจะรับฟังได้ทั้งการปลอมเครื่องหมายการค้านี้ จำเลยได้ทำการผลิตสินค้าขายเป็นจำนวนมาก ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยมานั้น เห็นว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบของกลางบางรายการ ได้แก่กระดุมมีเครื่องหมายการค้ารูปจระเข้และอักษรโรมันว่า LACOSTE จำนวน 10,000 ถุง พลาสติกสำหรับใช้แขวนมีเครื่องหมายการค้าเป็นรูปจระเข้ ใช้ติดคอเสื้อจำนวน100 อัน นั้น เห็นว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยว่ากระทำการปลอมเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจึงริบของกลางดังกล่าวไม่ได้ ส่วนผ้าที่ตัดเป็นตัวเสื้อแล้วแต่ยังไม่ได้เย็บจำนวน 35 มัด มัดละ 15 พับนั้นเห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ผ้าของกลางนี้ไม่เกี่ยวกับการปลอมเครื่องหมายการค้า จึงไม่ริบและการที่โจทก์ขอให้ริบสิ่งของอื่นอีกหลายรายการของกลางนั้นเห็นว่าเพียงเท่านี้ไม่อาจทราบว่าของกลางคืออะไรบ้างและเกี่ยวกับการกระทำความผิดอย่างไร จึงไม่อาจริบได้เช่นเดียวกัน"พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบกระดุมมีเครื่องหมายการค้ารูปจระเข้จำนวน 10,000 ถุง พลาสติกมีเครื่องหมายการค้ารูปจระเข้ใช้ติดคอเสื้อจำนวน 100 อัน ผ้าที่ตัดเป็นตัวเสื้อแล้วแต่ยังไม่ได้เย็บมัดละ 15 พับ จำนวน 35 มัด และสิ่งของอื่นอีกหลายรายการดังที่โจทก์บรรยายฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย ประสิทธิ์ เรือ งศรีสกุลชาญ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 33, ม. 56, ม. 273
องค์คณะ
วินัย กันนะ
ถาวร ตันตราภรณ์
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา