ฎีกา ปี พ.ศ. 2546 แพ่ง

ฎีกาที่ 1382/2546

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คำร้องของจำเลยที่ขอให้เรียก ส. และ ว. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมเป็นเพียงคำร้องที่ยื่นเพื่อขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดี มิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความจึงมิใช่คำคู่ความ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความแต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1)

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน 52,084,923 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 47,928,897 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชำระจำนวน 46,592,791 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี ของต้นเงิน 42,875,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 6 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชำระเงินจำนวน 5,492,132 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 5,053,897 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางสมพร ภูติยานันต์ และนางวันเพ็ญ เอี่ยมจ้อย เข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหกศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเรียกบุคคลทั้งสองเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหก จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับจำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เรียกนางสมพร ภูติยานันต์ และนางวันเพ็ญ เอี่ยมจ้อยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหกนั้น เห็นว่า คำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ขอให้เรียกบุคคลทั้งสองดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยทั้งหกเป็นเพียงคำร้องที่ยื่นเพื่อขอเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีมิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความแต่อย่างใด จึงไม่ใช่คำคู่ความคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องนี้จึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความ แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าทนายความชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำกัด
จำเลย - นาย บุญส่ง วิญญา กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 1 (5), ม. 57, ม. 226
องค์คณะ
ประชา ประสงค์จรรยา
องอาจ โรจนสุพจน์
ภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา