ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 อาญา

ฎีกาที่ 1400/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การพรากเด็กอายุไม่เกิน15ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา317นั้นไม่ว่าจำเลยจะพรากไปจากใครคนใดคนหนึ่งตามที่กฎหมายบัญญัติไว้จำเลยก็มีความผิดทั้งสิ้นดังนั้นแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยพรากผู้เสียหายอายุไม่เกิน15ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองโดยมิได้บรรยายว่าพรากไปจากผู้ดูแลด้วยแต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยพรากไปจากผู้ดูแลจำเลยก็มีความผิดมิใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง แม้ มีดคัตเตอร์จะไม่เป็นอาวุธโดยสภาพแต่ทุกครั้งที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำเลยเอามีดคัตเตอร์ที่จำเลยพาไปออกมาขู่เข็ญผู้เสียหายแสดงว่าจำเลยพามีดคัตเตอร์ไปโดยเจตนาจะใช้เป็นอาวุธมีดคัตเตอร์จึงเป็นอาวุธ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 277, 317, 371จำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสาม , 317 วรรคสาม , 371 ซึ่ง เป็น ความผิด หลายกรรมต่างกัน เรียง กระทง ลงโทษ จำเลย ทุกกรรม เป็น กระทง ความผิด ไปตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐาน กระทำ ชำเราเด็ก หญิง โดย ใช้ อาวุธ รวม 6 กระทง ทุกกระทง ลงโทษ จำคุก ตลอด ชีวิตฐาน พราก เด็ก อายุ ยัง ไม่เกิน 15 ปี รวม 5 กระทง จำคุก กระทง ละ 5 ปีรวม จำคุก 25 ปี และ ฐาน พา อาวุธ ไป ใน เมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดย ไม่มี เหตุอันสมควร รวม 5 กระทง ปรับ กระทง ละ 100 บาทรวม ปรับ 500 บาท เมื่อ รวม โทษ ทุกกระทง แล้ว คง ให้ จำคุก ตลอด ชีวิตสถาน เดียว ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) ให้ยก ฟ้องโจทก์ สำหรับ คำฟ้อง ข้อ ก.จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ข้อเท็จจริง ฟัง ว่า พยานหลักฐาน ของ โจทก์มี น้ำหนัก ฟังได้ ว่า จำเลย ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย จริง ตาม ฟ้องและ วินิจฉัย ต่อไป ว่า การ พราก เด็ก อายุ ไม่เกิน 15 ปี ไป เสีย จากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือ ผู้ดูแล โดย ปราศจาก เหตุอันสมควรตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 นั้น ไม่ว่า จำเลย จะ พรากไป จาก ใคร คนใด คนหนึ่ง ตาม ที่ กฎหมาย บัญญัติ ไว้ จำเลย ก็ มี ความผิดทั้งสิ้น ดังนั้น แม้ โจทก์ จะ บรรยายฟ้อง ว่า จำเลย พราก ผู้เสียหาย อายุไม่เกิน 15 ปี ไป เสีย จาก บิดา มารดา ผู้ปกครอง โดย มิได้ บรรยาย ว่า พรากไป จาก ผู้ดูแล ด้วย แต่ ทางพิจารณา ได้ความ ว่า จำเลย พราก ไป จากผู้ดูแล จำเลย ก็ มี ความผิด มิใช่ เป็น เรื่อง ข้อเท็จจริง ใน ทางพิจารณาแตกต่าง กับ ฟ้องส่วน ที่ จำเลย ฎีกา ว่า การ พา มีด คัตเตอร์ ซึ่ง เป็น เครื่องเขียนและ ไม่เป็น อาวุธ โดยสภาพ ไป ใน เมือง จำเลย ย่อม ไม่มี ความผิดเห็นว่า แม้ มีด คัตเตอร์ จะ ไม่เป็น อาวุธ โดยสภาพ แต่ ข้อเท็จจริงใน คดี นี้ ได้ความ ว่า ทุกครั้ง ที่ จำเลย ข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหายจำเลย เอา มีด คัตเตอร์ ที่ จำเลย พา ไป ออก มา ขู่เข็ญ ผู้เสียหายแสดง ว่า จำเลย พา มีด คัตเตอร์ ไป โดย เจตนา จะ ใช้ เป็น อาวุธ มีด คัตเตอร์จึง เป็น อาวุธ จำเลย จึง มี ความผิด ฐาน พา อาวุธ ไป ใน เมือง ตาม ฟ้องฎีกา ของ จำเลย ทุก ข้อ ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย ณัฐกมลหรือสัมฤทธิ์ กลิ่นจำปา
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 1 (5), ม. 317, ม. 371
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192
องค์คณะ
พิมล สมานิตย์
สมปอง เสนเนียม
ผล อนุวัตรนิติการ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา