ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 1414/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยเป็นเจ้าของและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ผู้ร้องอ้างว่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์เป็นของผู้ร้องก็เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ไปจากผู้ร้องปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อที่อ้างเป็นพยานหลักฐาน ซึ่งหากมีสัญญาเช่าซื้อในขณะที่จำเลยถูกจับกุมจำเลยน่าจะนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นจับกุมหรือสอบสวนการที่จำเลยไม่บอกต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือแสดงสัญญาเช่าซื้อนั้นคงเป็นเพราะจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อไว้ การที่ผู้ร้องนำมาแสดงในภายหลังเพื่อร้องขอของกลางคืน อาจจะทำขึ้นในภายหลังก็เป็นได้ผู้ร้องอ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวไม่มีพยานอื่นเบิกความสนับสนุน และคดีนี้ศาลสั่งริบของกลางเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ผู้ร้องเพิ่งมายื่นคำร้องขอคืนของกลาง พยานผู้ร้องจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นของผู้ร้อง.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และให้ริบโต๊ะบิลเลียด 1 ตัว ไม้คิว 12 อันไม้เร็ท 5 อัน ลูกบิลเลียด 13 ลูก เงินสด 237 บาท และกระดาษจดเวลา1 แผ่น ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โต๊ะบิลเลียด ไม้คิว ไม้เร็ท และลูกบิลเลียดของกลางเป็นของผู้ร้องให้จำเลยเช่าซื้อไปและยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ ผู้ร้องไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลคืนของกลางดังกล่าวแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนโต๊ะบิลเลียด ไม้คิว ไม้เร็ทและลูกบิลเลียด ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้มั่นคงว่าจำเลยเป็นเจ้าของและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นของผู้ร้องก็เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ไปจากผู้ร้องปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.4 และอ้างว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าซื้อไปแล้ว 1 งวด คงเหลือเพียงงวดเดียว คือตามเช็คเอกสารหมาย ร.5 ซึ่งเรียกเก็บเงินไม่ได้ ได้ทวงถามจำเลยจำเลยว่าโต๊ะบิลเลียดถูกยึด เห็นว่า หากมีสัญญาเช่าซื้อในขณะที่จำเลยถูกจับกุม จำเลยน่าจะนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นจับกุมหรือสอบสวน การที่จำเลยไม่บอกต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือแสดงสัญญาเช่าซื้อนั้น คงเป็นเพราะจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อไว้ การที่ผู้ร้องนำมาแสดงในภายหลังเพื่อร้องขอของกลางคืนอาจจะทำขึ้นในภายหลังก็เป็นได้ ผู้ร้องอ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวไม่มีพยานอื่น เบิกความสนับสนุน และคดีนี้ศาลสั่งริบของกลางเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ผู้ร้องเพิ่งมายื่น คำร้องขอคืนของกลางพยานผู้ร้องจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นของผู้ร้อง..."พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
ผู้ร้อง - นาย พิทักษ์ เปลี่ยน ผดุง
จำเลย - นาย กำพล ป อม หา ธรรม กิจ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 226, ม. 227
องค์คณะ
อุระ หวังอ้อมกลาง
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
เพ็ง เพ็งนิติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา