ฎีกา ปี พ.ศ. 2544

ฎีกาที่ 1416/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางระหว่างตัวการผู้กระทำผิดร่วมกัน ไม่ถือว่าเป็นการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายเมทแอมเฟตามีน ตามบทนิยามคำว่า "ขาย" ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 จำเลยคงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๑๑ , ๑๓ ทวิ , ๖๒ , ๘๙ , ๑๐๖
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง , ๘๙ จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ๔ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยกับนายสามารถมายังที่เกิดเหตุด้วยกัน โดยมีจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์และนายสามารถนั่งซ้อนท้าย จากนั้นจำเลยถือหลอดกาแฟเดินเข้าไปใต้ถุนศาลาการเปรียญ นายสามารถก็เดินตามจำเลยไป และเข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับคนอื่นอยู่ด้วยกัน จำเลยยื่นหลอดกาแฟให้นายสามารถและนายสามารถก็รับไว้ เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูอยู่จึงเข้าจับกุมจำเลยกับนายสามารถ และเมื่อเปิดหลอดกาแฟดูพบเมทแอมเฟตามีน ๕ เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ประกอบกับในชั้นจับกุม จำเลยให้การไว้ว่า จำเลยไม่ได้ขายเมทแอมเฟตามีน แต่มีชายชื่อนายบอยฝากซื้อ ๒ เม็ด จำเลยกับนายสามารถไปหาซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านเหมืองคำได้มาแล้วจะนำไปให้นายบอยแต่ไม่พบ จำเลยจึงมอบเมทแอมเฟตามีนให้นายสามารถนำไปมอบให้นายบอย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกับนายสามารถเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ส่งมอบกัน ซึ่งการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางระหว่างตัวการผู้กระทำผิดร่วมกัน จะถือว่าเป็นการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายเมทแอมเฟตามีน ตามบทนิยามคำว่า "ขาย" ตามมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยไว้ไม่ได้ พยานโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จำเลยคงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง , ๑๐๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑ ปี และปรับ ๒๑,๐๐๐ บาท มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๘ เดือน และปรับ ๑๔,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี? ข้อหาอื่นให้ยก.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่
จำเลย - นายวัฒนาหรือนา หงษ์ใจ
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 — ม. 4
องค์คณะ
วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ชวลิต ศรีสง่า
ชวลิต ศรีสง่า
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดแพร่ - นายชัชวาลย์ สุวรรณศักดิ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเฉลิมชัย ตันตยานนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา