ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง

ฎีกาที่ 1441/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1357ที่ว่าเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากันนั้นไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาดคู่ความมีสิทธิที่จะนำสืบให้รับฟังเป็นอย่างอื่นและสามารถนำพยานบุคคลมานำสืบหักล้างพยานเอกสารได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา94

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ทั้ง สอง กับ จำเลย ทั้ง สอง เป็น เจ้าของ ที่ดินโฉนด เลขที่ 4134 ร่วมกัน ขอให้ จำเลย ทั้ง สอง ไป จดทะเบียน แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 4134 ตำบล ป่าบง อำเภอสารภี จังหวัด เชียงใหม่ เนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา ให้ แก่ โจทก์ ทั้ง สองโดย ให้ ที่ดิน ติด ทาง สาธารณประโยชน์ ด้าน ทิศใต้ 80 เมตร ตาม แผนที่สังเขป ท้าย คำฟ้อง หาก จำเลย ทั้ง สอง ไม่ปฏิบัติ ตาม ขอ ถือเอา คำพิพากษาของ ศาล เป็น การแสดง เจตนา แทน ขอให้ ศาล มี คำสั่ง ให้ เจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัด เชียงใหม่ จดทะเบียน แบ่งแยก ที่ดิน ให้ แก่ โจทก์ ทั้ง สอง ตามแผนที่ ท้าย คำฟ้องจำเลย ทั้ง สอง ให้การ และ ฟ้องแย้ง ว่า ได้ มี การ ดำเนินการ รังวัดเพื่อ แบ่งแยก ที่ดิน เป็น ไป ตาม ความ ประสงค์ ของ โจทก์ จำเลย และ เจ้าพนักงานที่ดิน ได้ รังวัด และ ปัก หลักเขต ตาม แนว ที่ดิน ซึ่ง โจทก์ จำเลยร่วม กันนำ ชี้ แต่ โจทก์ กลับ ไม่ยอม ลงลายมือชื่อ จดทะเบียน แบ่งแยก โฉนดจึง ฟ้องแย้ง ขอให้ โจทก์ ทั้ง สอง ไป จดทะเบียน แบ่งแยก โฉนด ที่พิพาทตาม เนื้อที่ และ แนวเขต ตาม แผนที่ ท้าย คำให้การ หาก โจทก์ ทั้ง สองไม่ยินยอม ขอให้ ถือเอา คำพิพากษา แทน การแสดง เจตนา ของ โจทก์ ทั้ง สองโจทก์ ทั้ง สอง ให้การ แก้ฟ้อง แย้ง ว่า เจ้าของ เดิม 3 รายครอบครอง ที่ดินพิพาท รวมกัน โดย แบ่งแยก เป็น 3 ส่วน โจทก์ จำเลยทั้ง สอง เป็น ผู้ดำเนินการ ให้ เจ้าพนักงาน ที่ดิน รังวัด แบ่งแยก ที่ดินเอง ทั้งสิ้น โจทก์ ทั้ง สอง โต้แย้ง เพราะ ทราบ ว่า จะ ได้รับ ส่วนแบ่งน้อยกว่า ที่ ควร จะ ได้รับ ขอให้ ยกฟ้อง แย้งศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ โจทก์ ทั้ง สอง ไป จดทะเบียน แบ่งแยก โฉนด ที่ดินเลขที่ 4134 ตำบล ป่าบง อำเภอสารภี จังหวัด เชียงใหม่ ตาม เนื้อที่ และ แนวเขต ตาม รูป แผนที่ เอกสาร หมาย ล. 5 หาก โจทก์ ทั้ง สอง ไม่ไปให้ ถือเอา คำพิพากษา แทน การแสดง เจตนา ส่วน ฟ้อง ของ โจทก์ ทั้ง สองให้ยก ฟ้องโจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "โจทก์ ทั้ง สอง ฎีกา ข้อกฎหมาย ว่าข้อสันนิษฐาน ที่ ว่า เจ้าของรวม มี ส่วน เท่ากัน คู่ความ ไม่มี สิทธินำสืบ ให้ รับฟัง เป็น อย่างอื่น ได้ และ การ รับฟัง พยานบุคคล ที่ นำสืบดังกล่าว มา หักล้าง พยานเอกสาร สัญญาจำนอง และ สัญญาซื้อขาย เป็น การไม่ชอบ นั้น เห็นว่า ข้อสันนิษฐาน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1357 ที่ ว่า เจ้าของรวม มี ส่วน เท่ากัน นั้น ไม่ใช่ ข้อสันนิษฐาน เด็ดขาด คู่ความ มีสิทธิ ที่ จะ นำสืบ ให้ รับฟัง เป็น อย่างอื่นได้ และ สามารถ นำพยาน บุคคล มา นำสืบ หักล้าง พยานเอกสาร เช่นว่า นี้ ได้การ นำสืบ พยาน ดังกล่าว จึง ไม่ต้องห้าม ตาม ประมวล กฎหมาย วิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 94 ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษาคดี ชอบแล้ว ฎีกา ของ โจทก์ทั้ง สอง ฟังไม่ขึ้น "พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สมศักดิ์ เมืองใจ กับพวก
จำเลย - นาย เจริญ เมืองใจ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1357
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 94 วรรคแรก (ข)
องค์คณะ
สมภพ โชติกวณิชย์
เจริญ นิลเอสงฆ์
บุญธรรม อยู่พุก

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา