ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง
ฎีกาที่ 1453/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยอนุมัติให้โจทก์ลาออกภายใต้เงื่อนไข 4 ข้อเมื่อโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงได้ค. กรรมการรักษาการผู้จัดการจำเลยได้มีหนังสือถึงโจทก์มีข้อความว่า "เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและ ข้อตกลงได้ คณะกรรมการฯมีมติให้ความรับผิดชอบของโจทก์ ในการปิดบัญชีครั้งนี้สิ้นสุดลงทันที" ดังนั้น การที่ คณะกรรมการจำเลยมีมติดังกล่าวจึงมีผลเท่ากับจำเลยอนุญาต ให้โจทก์ลาออกโดยไม่ถือเอาประโยชน์ตามเงื่อนไขทั้งสี่ข้อต่อไปอีก
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จ เงินสะสมเงินสมทบ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันลาออกจนกว่าชำระเสร็จ และค่าจ้างค้างพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด (วันที่ 9 สิงหาคม 2540) จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ก่อนโจทก์ลาออก โจทก์ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการร้านดูแลรับผิดชอบฝ่ายบัญชี ได้รับมอบหมายจัดทำงบการเงินประจำปี โดยโจทก์ให้สัญญาว่าจะทำและปิดบัญชีให้เสร็จในเดือนกรกฎาคม 2540 หากไม่เสร็จจะขอรับเงินอันพึงได้จากการลาออกภายหลังจากการทำงบดุลเสร็จ และค่าจ้าง 21,099 บาทโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้อง เพราะจำเลยมิได้ว่าจ้างให้โจทก์ทำงานต่อ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จ 97,380 บาท เงินสะสม 55,202.58 บาท เงินสมทบ 56,411.50บาท และค่าจ้าง 21,099 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 17 มีนาคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "เมื่อโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ เงินสะสม เงินสมทบ และค่าจ้างตามฟ้องอยู่แล้วการที่โจทก์มีหนังสือลาออกจากงาน จำเลยอนุมัติให้ลาออกภายใต้เงื่อนไข 4 ข้อ เมื่อโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงได้ ต่อมาวันที่ 5 สิงหาคม 2540 นายคมจักร ปะหะกิจกรรมการรักษาการผู้จัดการได้มีหนังสือถึงโจทก์ มีข้อความว่า"ตามที่โจทก์ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการฯ ให้ทำการปิดบัญชีประจำปี 2539 ให้เสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2540แต่เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงได้คณะกรรมการฯ มีมติให้ความรับผิดชอบของโจทก์ในการปิดบัญชีครั้งนี้สิ้นสุดลงทันที" เห็นได้ว่า การที่คณะกรรมการจำเลยมีมติให้ความรับผิดชอบของโจทก์ในการปิดบัญชีครั้งนี้สิ้นสุดลงทันทีมีผลเท่ากับจำเลยอนุญาตให้โจทก์ลาออกโดยไม่ถือเอาประโยชน์ตามเงื่อนไขทั้งสี่ข้อดังกล่าวอีกต่อไป จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินตามสิทธิของโจทก์อันจะพึงได้รับให้แก่โจทก์"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง กนก พร ปานอุทัย
จำเลย - ร้านสหกรณ์ พระนคร จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 182, ม. 386
- องค์คณะ
- ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์
เสมอ อินทรศักดิ์
อร่าม หุตางกูร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา