ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 1522/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยที่ 2 เชิดจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงกับโจทก์ จำเลยที่ 2 เข้าดำเนินกิจการท่าเทียบเรือแต่ผู้เดียวหลังจากทำสัญญาจำเลยที่ 1 จึงไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระค่าเช่าตามสัญญาเช่าดังกล่าว.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเช่า 120,000บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมสำหรับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เพราะจำเลยที่ 2 ถูกฟ้องคดีล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายในตอนแรกว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงคุระบุรีกับโจทก์มีกำหนดเวลาเช่า 5 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยที่ 1 จะต้องดำเนินกิจการท่าเทียบเรือต่อเนื่องกันไป และจะไม่ให้ผู้อื่นเช่าช่วงเมื่อทำสัญญาแล้วจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือตามสัญญา กลับให้จำเลยที่ 2 เข้าดำเนินกิจการท่าเทียบเรือแทนและไม่ดำเนินการให้ต่อเนื่องโดยเอาไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง กับผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าปีที่ 4 แก่โจทก์ และบรรยายฟ้องในตอนสุดท้ายว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าในนามของแพปลาสินธ์ไพโรจน์ ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือดังกล่าวเพียงผู้เดียว ภายหลังจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ จำเลยที่ 1ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการท่าเทียบเรือแต่อย่างใดถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เชิดจำเลยที่ 1 แสดงออกเป็นตัวแทนของตน จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าที่ค้างให้แก่โจทก์ ดังนี้ตามคำฟ้องจึงสรุปได้ว่า จำเลยที่ 2 เชิดให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงกับโจทก์ และจำเลยที่ 2 ได้เข้าดำเนินกิจการท่าเทียบเรือแต่ผู้เดียวหลังจากทำสัญญาเป็นต้นมาโดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องด้วย จึงเท่ากับโจทก์ทราบแล้วว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องฟังได้ดังกล่าวมา จำเลยที่ 1 จึงไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว..."พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - องค์การ บริหาร ส่วน จังหวัด พังงา
จำเลย - นาย วีระ วราธนกุล กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 821
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
องค์คณะ
บุญธรรม อยู่พุก
เจริญ นิลเอสงฆ์
เพ็ง เพ็งนิติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา