ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 1524/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ที่โจทก์ฎีกาว่า ปลัดอำเภอไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง เจ้ามรดกไม่มีเจตนาทำพินัยกรรม พินัยกรรมจึงเป็นโมฆะนั้น แม้โจทก์จะได้เคยยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ซึ่งมีผลเท่ากับ โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นดังกล่าว จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกขณะที่เจ้ามรดกป่วยหนัก นายวิชัยซึ่งไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง เพราะมิใช่นายอำเภอหรือผู้รับมอบอำนาจ ได้ร่วมกับจำเลยทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองโดยไม่ชอบ ยกทรัพย์ให้แก่โจทก์และจำเลยทั้งสาม ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะโจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ทั้งหมดจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์กับเจ้ามรดกจดทะเบียนสมรสกันขณะที่เจ้ามรดกป่วยหนักไม่รู้สึกตัวและไม่มีสติสัมปชัญญะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสามเป็นบุตรของพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกับเจ้ามรดก นายวิชัยปลัดอำเภอซึ่งรักษาราชการแทนนายอำเภอได้จัดทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายและตรงตามความประสงค์ของเจ้ามรดกจึงสมบูรณ์ตามกฎหมายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับเจ้ามรดกได้ทำขึ้นโดยความรู้เห็นยินยอมของเจ้ามรดก นายวิชัยปลัดอำเภอมีอำนาจทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองได้ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอ พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่เป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้องโจทก์และจำเลยทั้งสามต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้ววินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ว่าอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งยื่นโดยนายคณิศร อินทรตระกูล ทนายโจทก์เป็นผู้เรียงคำฟ้องนั้นปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องอุทธรณ์ นายคณิศรขาดต่อใบอนุญาตทนายความซึ่งมีผลทำให้ขาดจากการเป็นทนายความ ไม่มีอำนาจแต่งฟ้องอุทธรณ์ อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่อาจรับวินิจฉัยได้ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับเจ้ามรดกได้ทำขึ้นโดยความรู้เห็นยินยอมของเจ้ามรดก พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่านายวิชัยปลัดอำเภอไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง เจ้ามรดกไม่มีเจตนาทำพินัยกรรมโดยได้ทำพินัยกรรมฉบับดังกล่าวในขณะที่เจ้ามรดกขาดสติสัมปชัญญะพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองเป็นโมฆะนั้นศาลฎีกาเห็นว่า แม้ประเด็นที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาดังกล่าวโจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นไว้ในชั้นศาลอุทธรณ์แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวว่าเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่อาจรับวินิจฉัยได้ ซึ่งมีผลเท่ากับว่าโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ประเด็นดังกล่าวในชั้นอุทธรณ์ จึงต้องถือว่าประเด็นที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกานั้น เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบจะรับไว้พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ส่วนฎีกาของโจทก์นอกจากนี้ ก็เห็นว่ามีทั้งฎีกานอกเหนือจากประเด็นตามคำฟ้องของโจทก์ มีทั้งฎีกาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์และมีทั้งฎีกาที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายกฎีกาของโจทก์.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง หลั่น ตนุ มงคล
จำเลย - นาง ทอง หลา ง พิลาฤทธิ์ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 249
องค์คณะ
พรชัย สมรรถเวช
ยงยุทธ ธารีสาร
สมปอง เสนเนียม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา