ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 1524/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การโต้เถียงเรื่องวันเวลาในการเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทว่าเมื่อใดเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันอาจให้เช่าได้ในขณะที่ยื่นคำฟ้องเดือนละไม่เกิน 10,000 บาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ปัญหาข้อกฎหมายซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำเลยสามารถยกปัญหาข้อกฎหมายนั้นขึ้นอุทธรณ์ได้ แต่จำเลยหาได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในอุทธรณ์ของจำเลยไม่ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสองเองกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในการใช้ทรัพย์ในอัตราเดือนละ500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดตราจอง ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่พิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนแนวรั้วออกไปจากที่พิพาท และส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสองเองจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองมีเรื่องพิพาทเกี่ยวกับที่พิพาทกันมาหลายปีแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2531 ถือว่าโจทก์และจำเลยได้พิพาทเรื่องนี้และแย่งการครอบครองที่พิพาทกันมากว่า 1 ปีแล้ว เมื่อโจทก์มาฟ้องเกินกว่า 1 ปี จึงขาดอายุความนั้นเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงในการเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทว่าเมื่อใด คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันอาจให้เช่าได้ในขณะที่ยื่นคำฟ้องเดือนละ 500 บาท ซึ่งไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคสอง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาท จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่โจทก์จำเลยไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยจึงมีสิทธิยกปัญหาเช่นว่านี้ต่อศาลฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคสอง นั้น เห็นว่า ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำเลยทั้งสองสามารถยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ แต่จำเลยทั้งสองหาได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง ผิน ทองสา
จำเลย - นาย ลิ้น จี่ สอน ตน กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 248 วรรคสอง, ม. 249 วรรคแรก, ม. 249 วรรคสอง
- องค์คณะ
- สมชาย รังสิกรรพุม
สังเวียน รัตนมุง
ชลอ บุณยเนตร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา