ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง

ฎีกาที่ 1556/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

สัญญาจ้างเหมามีความว่าเมื่อผู้ว่าจ้างเห็นว่าหากให้ผู้รับจ้างดำเนินการต่อไปอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้างผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเสียได้โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใด ๆจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้นนั้นหมายถึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนเนื่องจากการบอกเลิกสัญญาเท่านั้นแต่ผู้รับจ้างหาสิ้นสิทธิได้รับการใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานที่ทำเพื่อกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมในกรณีอีกฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิเลิกสัญญาตามป.พ.พ.มาตรา391ไม่ ค่าแห่งการงานตามมาตรา391นั้นไม่จำต้องตีราคางานตรงตามงวดที่ระบุไว้ในสัญญา.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างปลูกสร้างอาคารบ้านพัก ขอให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,348,400 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาขอให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน250,597 บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน 300,000 บาทโจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การที่สัญญาจ้างเหมาเอกสารหมาย จ. 2 ข้อ 7มีความว่า เมื่อผู้ว่าจ้างเห็นว่าหากให้ผู้รับจ้างดำเนินการต่อไปอาจเกิดความเสียหายแก่ผู็ว๋ษจ็ษง (ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเสียได้ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใด ๆ จากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้นนั้น หมายถึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนเนื่องจากการบอกเบิกสัญญาเท่านั้น แต่ผู้รับจ้างหาสิ้นสิทธิได้รับการใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานที่ทำเพื่อกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ในกรณีอีกฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 391 ไม่ กรณีเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องตีราคางานตรงตามงวดที่ระบุไว้ในสัญญาหรือราคาตามความตกลงเพิ่มเติมแต่อย่างใด ได้ความว่าโจทก์ว่าจ้างจำเลยเป็นค่าจ้างทั้งสิ้น 970,000 บาท แบ่งงวดงานเป็น 4 งวด โจทก์ชำระค่าจ้างให้จำเลยแล้ว 3 งวด รวมเป็นเงิน 535,000 บาท คงเหลือ2 งวดเป็นเงิน 435,000 บาท นายกิตติคุณ วิเศษสมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยเองเบิกความเป็นพยานจำเลยว่า งานที่เหลือเมื่อหาผู้รับเหมาคนกลางมาปรากฎว่าผู้รับเหมานั้นจะทำงานต่อไปได้ในวงเงิน 500,000 บาท แต่นายชาญรงค์ผู้ควบคุมงานของโจทก์ยืนยันจะให้ช่างที่ตีราคาเจ็ดแสนบาทเศษเป็นผู้ทำ ดังนี้เห็นได้ว่าค่าจ้างทำงานที่เหลือสูงกว่าจำนวนค่าจ้างที่ยังมิได้จ่ายหรืออีกนัยหนึ่งการงานที่จำเลยก่อสร้างไว้มีค่าน้อยกว่า 535,000 บาทอันเป็นจำนวนเงินที่จำเลยรับไปแล้วนั่นเอง จึงไม่มีค่าแห่งการงานที่จำเลยจะเรียกร้องจากโจทก์อีก ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยไม่มีสิทธิฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใด ๆ จากโจทก์ตามสัญญาเอกสารหมาย จ. 2 ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย บุญ บัวสุวรรณ หรือ บุญบัวสุวรรณ
จำเลย - บริษัท กฤษณกร จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 587, ม. 391
องค์คณะ
สมบูรณ์ บุญภินนท์
สุพจน์ นาถะพินธุ
ไพจิตร วิเศษโกสิน

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา