ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 1584/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ผู้เสียหายทั้งสี่ติดต่อกับบุตรทั้งสองของจำเลยจนตกลงใจจะไปทำงานในต่างประเทศและได้ไปขอหนังสือเดินทางนัดหมายชำระเงินค่าตอบแทนให้บุตรทั้งสองของจำเลยโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นแนะนำชักพาให้ผู้เสียหายเหล่านั้นนำเงินไปมอบให้แก่บุตรของตนแต่อย่างใด แม้จะปรากฏว่าขณะผู้เสียหายทั้งสี่นำเงินไปจ่ายตามนัด จำเลยอยู่ด้วยช่วยพูดเสริมคำของบุตรทั้งสองกับช่วยนับเงินที่ผู้เสียหายเหล่านั้นนำไปชำระ เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งสี่ปลงใจที่จะจ่ายเงินถึงขนาดไปทำหนังสือเดินทางเสร็จ กำหนดวันที่จะจ่ายเงินกันไว้แน่นอนแล้วโดยเชื่อตามคำพูดของบุตรทั้งสองของจำเลยก่อนที่จะพบกับจำเลยเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าผู้เสียหายทั้งสี่พร้อมที่จะจ่ายเงินให้บุตรทั้งสองของจำเลยไม่ว่าจำเลยจะอยู่ด้วยในวันนัดพบจ่ายเงินหรือไม่ พฤติการณ์ของจำเลยยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำของบุตรทั้งสองของจำเลยจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๒ คนร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายทั้งสี่ว่าสามารถส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียได้โดยผู้เสียหายต้องจ่ายค่าดำเนินการให้จำเลยกับพวกคนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นความเท็จ ผู้เสียหายทั้งสี่หลงเชื่อ จึงมอบเงินให้จำเลยกับพวกไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๓๔๑, ๙๑ และให้จำเลยคืนเงิน ๕,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายแต่ละคน
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๖ จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏจากพยานหลักฐานของโจทก์ว่า ตั้งแต่แรกที่ผู้เสียหายทั้งสี่ติดต่อกับนายวันดีและนายวัตรบุตรจำเลยจนตกลงใจจะไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย และได้ไปขอหนังสือเดินทาง นัดหมายวันชำระเงินค่าตอบแทนให้แก่นายวันดีและนายวัตร จำเลยได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นและนำชักพาให้ผู้เสียหายเหล่านั้นมานำเงินไปมอบให้แก่บุตรของตนแต่อย่างใดแม้จะปรากฏว่าขณะผู้เสียหายทั้งสี่นำเงินไปจ่ายตามนัด จำเลยจะอยู่ด้วยช่วยพูดเสริมคำของนายวันดีและนายวัตรกับช่วยนับเงินที่ผู้เสียหายนำมาก็ตาม เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งสี่ปลงใจที่จะจ่ายเงินถึงขนาดไปทำหนังสือเดินทางเสร็จกำหนดวันที่จะจ่ายเงินกันไว้แน่นอนแล้วโดยเชื่อตามคำพูดของนายวันดีและนายวัตรก่อนที่จะพบกับจำเลยเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าผู้เสียหายทั้งสี่พร้อมที่จะจ่ายเงินให้แก่นายวันดีและนายวัตรไม่ว่าจำเลยจะอยู่ด้วยในวันนัดพบจ่ายเงินหรือไม่ ที่ผู้เสียหายทั้งสี่กับพวกไปพูดจากับนายวันดีและนายวัตรในวันจ่ายเงินก็เพียงเพื่อให้ได้รับความสบายใจจากคำพูดรับรองของบุคคลทั้งสองนี้เท่านั้น พฤติการณ์ของจำเลยเพียงเท่าที่ปรากฏยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำของนายวันดีและนายวัตร จำเลยจึงยังไม่มีความผิด
พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปาง
จำเลย - นายรอด ง้าวทาสม - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 86, ม. 341
- องค์คณะ
- ประการ กาญจนศูนย์
ประพันธ์ ผลฉาย
พลจิตต์ ดียืน - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแขวงลำปาง - นางสาวอุบลรัตน์ วงษ์ภูมิ
ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา