ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 1636/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การบังคับคดีที่ได้กระทำภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้แล้วยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ หมายบังคับคดีแพ่งดังกล่าวไม่อาจใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ได้ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 110 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ส่วนโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้มีประกัน และมีสิทธิบังคับคดีแก่ที่ดินที่จำนองหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินที่จำนองเพียงใด เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปว่ากล่าวเอาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามขั้นตอนของกฎหมายในคดีล้มละลายต่อไป เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจำหน่ายที่ดินจำนองซึ่งลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วย แต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับคำแจ้งความว่าลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และขอให้กันส่วนส่งเงินจำนวนดังกล่าวไปรวมไว้เป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องปฏิบัติตามคำขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตาม มาตรา 111.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมในฐานะทายาทโดยธรรมของเรือโทเฉลียวปราบใหญ่ ชำระเงินให้โจทก์ 17,449,315 บาท จำเลยทั้งสามไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของเรือโทเฉลียว โฉนดเลขที่ 29097 และขายทอดตลาดไปเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2531 ในราคา20,000,000 บาทผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนางสมเชื้อ ปราบใหญ่ ซึ่งศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2530 ที่ดินที่โจทก์นำยึดและขาดทอดตลาดเป็นสินสมรสระหว่างเรือโทเฉลียว กับนางสมเชื้อ ผู้ร้อง จึงขอกันส่วนของนางสมเชื้อในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดกึ่งหนึ่งเพื่อนำเข้ารวมไว้ในกองทรัพย์สินของนางสมเชื้อลูกหนี้ต่อไปโจทก์คัดค้านว่า หนี้ระหว่างเรือโทเฉลียว กับโจทก์เป็นหนี้ร่วมระหว่างเรือโทเฉลียว กับนางสมเชื้อ ผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องภายใน14 วัน นับจากวันขายทอดตลาด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย 3 มาตรา 119ประกอบด้วยมาตรา 22(1) (2) และมาตรา 124 บัญญัติให้คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ถือเสมือนว่าเป็นหมายของศาลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ายึดบรรดาทรัพย์สินซึ่งอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ หรือของผู้อื่นอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลายและเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินที่จะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น และการแบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้นั้นก็ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการแบ่งทรัพย์สินซึ่งเหลือจากที่กันไว้สำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแก่เจ้าหนี้โดยเร็วแต่การบังคับคดีนี้ได้กระทำภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นางสมเชื้อลูกหนี้แล้วยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ ฉะนั้นหมายบังคับคดีแพ่งจึงไม่อาจใช้ยันผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนางสมเชื้อลูกหนี้ได้ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 110 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ส่วนโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้มีประกันและมีสิทธิบังคับคดีแก่ที่ดินที่จำนองหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินที่จำนองซึ่งนางสมเชื้อ ลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับเรือโทเฉลียว ผู้ตายกึ่งหนึ่งหรือไม่เพียงใดนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปว่ากล่าวเอาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามขั้นตอนของกฎหมายในคดีล้มละลายต่อไป เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จำหน่ายที่ดินจำนองซึ่งนางสมเชื้อ ลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วยแล้ว แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับคำแจ้งความว่านางสมเชื้อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและขอให้กันส่วนส่งเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นไปรวบรวมไว้เป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลาย ชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องปฏิบัติตามคำขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 111 และบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้อง จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนอง จำนวนกึ่งหนึ่ง ภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานบังคับคดีและค่าธรรมเนียมโจทก์ในชั้นบังคับคดีแล้วเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 4/2530ของศาลชั้นต้น.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย คง ศักดิ์ วงศ์ศักดิ์วานิช
ผู้ร้อง - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์
จำเลย - นาง สม เชื้อ ปราบ ใหญ่ กับพวก
จำเลย - จำเลยร่วม
จำเลย - นาย นพพร ปราบ ใหญ่ - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 19, ม. 22 (1) (2), ม. 110, ม. 111
- องค์คณะ
- จรัส อุดมวรชาติ
ไมตรี กลั่นนุรักษ์
อุไร คังคะเกตุ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา