ฎีกา ปี พ.ศ. 2547 แพ่ง

ฎีกาที่ 1658/2547

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์จำเลยได้วางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยได้ ส่วนการที่จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลไม่ครบถ้วน ก็เป็นเรื่องของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่จะมีคำสั่งต่อไป

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 7198 และ 6781 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำนวน 1,773,958.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน1,300,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 7198 และ 6781 ตำบลบางเตยอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำนวน 1,300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 28ตุลาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน 473,958.33 บาทให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 ในวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นได้แจ้งให้จำเลยทราบว่า จำเลยต้องวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นรวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 22,985 บาท และค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อีกจำนวน 15,000 บาท จำเลยได้วางเงินค่าธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลดังกล่าวครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 เห็นว่า ตามรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งปรากฏอยู่ในสารบาญลำดับที่ 31 ของสำนวนคดีนี้ระบุว่า จำเลยได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลจำนวน 22,985 บาท เจ้าหน้าที่ได้รับเงินแล้ว จะนำฝากธนาคารตามระเบียบต่อไป จึงถือว่าจำเลยได้วางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว และชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา ส่วนจำเลยจะวางเงินค่าธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลไม่ครบถ้วนตามที่โจทก์แก้ฎีกาหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่จะพิจารณาสั่งต่อไป ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่รับวินิจฉัยให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยใหม่แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง กฤษณา รุ้งโรจน์
จำเลย - นางสาว จารุณี สุทธิรัตน์เสรีกุล
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 18, ม. 229
องค์คณะ
วีระชาติ เอี่ยมประไพ
สุรพล เจียมจูไร
พลรัตน์ ประทุมทาน

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา