ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา
ฎีกาที่ 1662/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343,86 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าการหลอกลวงของจำเลยมิได้มีลักษณะเป็นการประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,86จำคุก 1 ปี 4 เดือน แม้เป็นการแก้ไขมากแต่จำคุกไม่เกิน 2 ปีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โจทก์ฎีกาว่า พฤติการณ์ของจำเลยตามคำเบิกความของพยานโจทก์แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปแล้วฎีกาของโจทก์เท่ากับโต้เถียงว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยมิได้ประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปไม่ถูกต้องเป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 91พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 165,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสามจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 86 ให้จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 165,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสามจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 86 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1ฟังข้อเท็จจริงว่า การหลอกลวงของจำเลยมิได้มีลักษณะเป็นการประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไป จำเลยเพียงแต่ชวนผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน แม้เป็นการแก้ไขมากแต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219โจทก์ฎีกาว่า จากคำเบิกความของพยานโจทก์ ก่อนที่จำเลยจะไปชักชวนผู้เสียหายทั้งสามนั้น จำเลยได้ไปพบกำนันตำบลกวนวันแล้วบอกว่าจำเลยจะรับคนไปทำงานที่ไต้หวัน ถ้าใครสนใจให้ไปติดต่อจำเลยด้วยตนเอง และจำเลยได้ไปชักชวนนายวิเชียร อิฐถารัตน์ ผู้เสียหายคนหนึ่งว่าใครอยากไปทำงานที่ไต้หวันจำเลยสามารถช่วยได้ และมีผู้ถูกหลอกไปทำงานจากจังหวัดอื่นรวม 50 คน แม้จำเลยไปติดต่อกับผู้เสียหายทั้งสามด้วยตนเองก็เป็นภายหลังจากจำเลยบอกแก่กำนันตำบลกวนวัน และผู้เสียหายคนหนึ่งให้บอกต่อแก่บุคคลทั่ว ๆ ไปแล้วว่าจำเลยสามารถจัดหางานในต่างประเทศได้ซึ่งเป็นพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปแล้วฎีกาของโจทก์เท่ากับโต้เถียงว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่าจำเลยมิได้ประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่วไปไม่ถูกต้อง จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาโจทก์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด หนองคาย
จำเลย - นาย อังคาร ศ รี สวาท - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 341, ม. 343
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 219 - องค์คณะ
- บุญส่ง วรรณกลาง
สะสม สิริเจริญสุข
ประพัฒน์ อุชุภาพ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา