ฎีกา ปี พ.ศ. 2546 แพ่ง
ฎีกาที่ 1678/2546
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยผู้ซื้อได้มีหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ผู้ขายขอคืนผ้าแต่โจทก์ไม่ได้ทำคำสนองรับเพียงแต่โจทก์ให้จำเลยช่วยขายผ้าให้บุคคลอื่น โจทก์จะรับผ้าคืนก็ต่อเมื่อมีบุคคลหรือลูกค้าอื่นรับซื้อผ้าไว้เท่านั้น ซึ่งเมื่อโจทก์ขายผ้าได้บางส่วนจึงให้พนักงานของโจทก์มารับผ้าไปจากจำเลย ก็ไม่ได้หมายความว่า โจทก์รับคืนผ้าทั้งหมดเพียงแต่ตกลงกันว่าโจทก์จะรับผ้าไปเมื่อขายผ้าได้บางส่วนเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์ช่วยจำเลยขายผ้าส่วนที่เหลือ ไม่ได้ตกลงยินยอมรับคืนผ้า จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าผ้าที่เหลือให้แก่โจทก์ การที่จำเลยไม่สามารถชำระหนี้แก่โจทก์ได้เนื่องจากบริษัท ธ. ผู้ซื้อผ้าจากจำเลยมีปัญหาทางการเงินไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่จำเลย ก็เป็นเรื่องการประกอบธุรกิจการค้าประสบปัญหากำไรหรือขาดทุนอันเป็นปกติทางการค้าย่อมเกิดขึ้นได้เสมอไม่อาจถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยอันจะทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสั่งซื้อผ้า จำนวน 806,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยยอมรับผิดชำระราคา 192,360 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 806,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 ตุลาคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 792,381 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้าผ้าจากโจทก์จำนวน 9,800 หลา ราคา 1,106,380 บาท จำเลยชำระเงินมัดจำให้แก่โจทก์200,000 บาท โจทก์ส่งผ้าให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่ชำระเงินแก่โจทก์ครบถ้วนมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดชำระราคาผ้าให้แก่โจทก์เพียงใดจำเลยมีนางสาวรุ่งอรุณ วงศ์พรหมกัลป์ พนักงานบริษัทของจำเลยเบิกความว่า จำเลยมีหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ขอคืนผ้า แต่โจทก์ให้จำเลยช่วยขายผ้าให้บุคคลอื่น โจทก์จะรับผ้าคืนก็ต่อเมื่อมีบุคคลหรือลูกค้าอื่นรับซื้อผ้าไว้เท่านั้น ต่อมาโจทก์รับผ้าคืนไป 124 หลาเงินที่ขายได้โจทก์เก็บเงินไป จากนั้นจำเลยยังชำระเงินให้แก่โจทก์อีก 100,000 บาท นายจุลภัทร พรประสิทธิ์ เบิกความว่า โจทก์และจำเลยตกลงกันว่าจะช่วยขายผ้าส่วนที่เหลือ เมื่อขายผ้าได้แล้วจะให้เงินแก่โจทก์ ซึ่งโจทก์ขายผ้าได้บางส่วนจึงให้พนักงานของโจทก์มารับผ้าไปจากจำเลย ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโจทก์รับคืนผ้าทั้งหมดเพียงแต่ตกลงกันว่าโจทก์จะมารับผ้าไปเมื่อขายผ้าได้บางส่วนเท่านั้น เห็นว่าข้อนำสืบของจำเลยเป็นเพียงการทำคำเสนอขอคืนผ้าเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทำคำสนองรับแต่อย่างใด แต่กลับได้ความจากทางนำสืบของจำเลยว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์ช่วยจำเลยขายผ้าส่วนที่เหลือซึ่งเป็นจำนวนเล็กน้อย หลังจากที่โจทก์นำผ้าไปขายแล้ว จำเลยยังชำระเงินค่าผ้าให้แก่โจทก์อีก 100,000 บาท ข้อเท็จจริงจึงฟังได้แต่เพียงว่าโจทก์ช่วยจำเลยขายผ้าเท่านั้นไม่ได้ตกลงยินยอมรับคืนผ้าตามที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าผ้าที่เหลือหลังจากหักเงินค่าผ้าที่โจทก์นำไปขายจำนวน 128 หลา เป็นเงิน 13,999 บาท แล้วคงเหลือเงินที่ต้องชำระจำนวน 792,381บาท ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาต่อไปว่าการที่จำเลยไม่สามารถชำระหนี้แก่โจทก์ได้เพราะบริษัทธนินีจำกัด ผู้ซื้อผ้าจากจำเลยอีกทอดมีปัญหาทางการเงินไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่จำเลยเป็นเหตุสุดวิสัยทำให้จำเลยหลุดพ้นไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า เหตุสุดวิสัยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 หมายถึง เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นหรือจะให้ผลพิบัติไม่มีใครอาจป้องกันได้ แต่กรณีของจำเลยเป็นเรื่องการประกอบธุรกิจการค้าการประสบปัญหากำไรหรือขาดทุนอันเป็นปกติทางการค้าย่อมเกิดขึ้นได้เสมอกรณีไม่อาจถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยอันจะทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 วรรคหนึ่ง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกันสำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยเป็นเพียงตัวแทนของบริษัทธนินี จำกัด นั้นเห็นว่า เมื่อปัญหาดังกล่าวจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น อีกทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท ฟาบรีคค์นูแวลล์ จำกัด
จำเลย - บริษัท บีเฮ้าส์ จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 8, ม. 219 วรรคหนึ่ง, ม. 453, ม. 486
- องค์คณะ
- สุวิทย์ นรนุตกุล
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
สิทธิชัย รุ่งตระกูล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา