ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง
ฎีกาที่ 1725/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำพิพากษาตามยอมที่คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์นั้นต้องเป็นไปตามป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคสอง เมื่อข้ออ้างในอุทธรณ์ของจำเลยไม่มีข้อความใด ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าวการที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยตามที่จำเลยอุทธรณ์จึงไม่ชอบและจำเลยไม่อาจฎีกาได้ตามมาตรา 249 วรรคแรก.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบรถยนต์ตามฟ้องคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากส่งคืนไม่ได้ก็ให้ชดใช้ราคา 117,400 บาท แก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหาย 60,500 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 5,550 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยได้ส่งมอบรถคืนหรือใช้ราคาแก่โจทก์แล้วเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า สัญญาเช่าซื้อที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ไม่ผูกพันจำเลย และเนื่องจากเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดจำเลยจึงไม่ต้องคืนรถยนต์และค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง และฟ้องของโจทก์ขาดอายุความก่อนสืบพยานคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ฉ้อฉล ขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ และสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138วรรคสอง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านั้น เว้นแต่เหตุต่อไปนี้ (1) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล..." จำเลยอุทธรณ์ว่าหลังจากมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว จำเลยติดต่อขอสมุดคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ เพื่อนำไปดำเนินการต่อทะเบียนรถยนต์ต่อเจ้าพนักงานทะเบียนยานพาหนะโจทก์ไม่ยอมให้อ้างว่าต้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความก่อน เมื่อถึงกำหนดต่อทะเบียนจำเลยจึงไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์คันพิพาทได้ ทำให้จำเลยประสบความยุ่งยากในการใช้รถยนต์ การที่โจทก์บอกปัดไม่ยอมส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ให้จำเลยเป็นการแสดงให้เห็นถึงการที่โจทก์ทำการฉ้อฉลให้จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้ออ้างในอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวนี้ไม่มีข้ออ้างใดที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์หลอกลวงหรือปิดบังข้อเท็จจริงใดเพื่อให้จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่จะทำให้เห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเกิดโดยการฉ้อฉลของโจทก์ อันเป็นเหตุที่จะอุทธรณ์ได้ตามบทกฎหมายที่ได้กล่าวข้างต้น ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยตามที่จำเลยอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบ และจำเลยไม่อาจจะฎีกาต่อมาได้ตามนัยของมาตรา 249 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง"พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาจำเลยทั้งสอง.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท เค.เทรดดิ้ง จำกัด
จำเลย - นาย คง ฤทธิ์ จัน ทา กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 138 วรรคสอง, ม. 249 วรรคแรก
- องค์คณะ
- อุดม เฟื่องฟุ้ง
ก้าน อันนานนท์
อัมพร ทองประยูร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา