ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา
ฎีกาที่ 173/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 ถึง 6 มีนาคม 2528 เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยนำความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ ว่าโจทก์ทำร้ายร่างกายจำเลยและชิงทรัพย์คือสร้อยคอทองคำขาว 1 เส้น พร้อมจี้เพชรของจำเลยเพื่อแกล้งให้โจทก์รับโทษทางอาญา โดยระบุว่าความจริงเป็นอย่างไร โจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องว่าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ใดก็สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ และลักษณะของการกระทำผิดในคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยแจ้งความ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกันใน 2 วันดังกล่าว ทั้งเป็นการกล่าวแสดงเจตนาของจำเลยในตัวว่า จำเลยทราบแล้วว่าความจริงไม่เป็นดังที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวน ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕-๖ มีนาคม ๒๕๒๘ เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ว่า โจทก์ทำร้ายร่างกายจำเลยและชิงทรัพย์คือ สร้อยคอทองคำขาวหนัก ๑ บาท ๑ เส้นกับจี้เพชรรวมราคา ๕๐,๐๐๐ บาท ของจำเลยไป ความจริงแล้วในวันที่ ๕มีนาคม ๒๕๒๘ เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ นาฬิกา โจทก์ไปทวงเงินค่ารับเหมาจากจำเลย จำเลยไม่ยอมชำระ กลับทำร้ายร่างกายโจทก์แล้วไปแจ้งความเท็จแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ว่าโจทก์ชิงทรัพย์เพื่อแกล้งโจทก์ให้ได้รับโทษทางอาญา พนักงานสอบสวนควบคุมตัวโจทก์ไว้ดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกขังอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ ตั้งแต่วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๘ ถึงวันที่ ๑๒มีนาคม ๒๕๒๘ รวม ๗ วัน และถูกพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีอีก โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาหลักทรัพย์มาประกันตัวและต้องเสียชื่อเสียง ภายหลังพนักงานอัยการ กรมอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องโจทก์ เหตุเกิดที่แขวงบุคคโล เขตธนบุรีกรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๒,๑๗๓, ๑๗๔
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๓ จำคุก ๖ เดือน คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ ถึง ๖มีนาคม ๒๕๒๘ เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยได้นำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ว่า โจทก์ทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์คือสร้อยคอทองคำขาว ๑ เส้นพร้อมจี้เพชรของจำเลยไปโดยไม่ระบุให้แน่ชัดว่าวันเวลาใดแน่ และใครเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งความ ทั้งไม่มีข้อความว่าจำเลยทราบว่ามิได้มีความผิดจริง แต่ก็ยังแจ้งความเท็จดังกล่าว อันเป็นองค์ประกอบของความผิด เห็นว่าตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้แล้วว่าเมื่อวันที่ ๕ ถึง ๖ มีนาคม ๒๕๒๘ เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกันเป็นวันที่จำเลยแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งลักษณะของการกระทำผิดในคดีนี้ ปรากฏว่าจำเลยแจ้งความ ๒ ครั้งต่อเนื่องกันใน ๒ วันดังกล่าว ส่วนพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งความเป็นผู้ใดโจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องก็สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้นอกจากนี้ฟ้องโจทก์ยังระบุว่าจำเลยแจ้งความเท็จก็เพื่อแกล้งให้โจทก์รับโทษในทางอาญา อันเป็นการกล่าวแสดงเจตนาของจำเลยในตัวว่าจำเลยทราบแล้วว่าความจริงไม่เป็นดังที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ส่วนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเจตนาแจ้งความเท็จจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๓
พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางลั้ง แซ่เตียว
จำเลย - นางสุนีรัตน์ ศรีธนสกุลชัย - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 172, ม. 173, ม. 174
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 158 (5) - องค์คณะ
- อากาศ บำรุงชีพ
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
อุดม เฟื่องฟุ้ง - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแขวงธนบุรี - นางสาววันทนี กีรติพิบูล
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา