ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 แพ่ง
ฎีกาที่ 1753/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์แทนการขายทอดตลาดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์จำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307 ในระหว่างการไต่สวน จำเลยขอเลื่อนคดีหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยส่อแสดงว่าจะประวิงการบังคับคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนต่อไปอีก และมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเท่ากับศาลชั้นต้นได้พิจารณาในเนื้อหาของคำร้องแล้วว่าไม่มีเหตุที่จะอนุญาตตามคำร้องของจำเลยคำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรานี้จำเลยย่อมอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งหรือคำพิพากษาอย่างใดแล้ว คำสั่งหรือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307 วรรคสองซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542มาตรา 14 ศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาจำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 219163 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการประกอบกิจการและมีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวโจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 ครั้นถึงวันนัดไต่สวนพยานจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2541 ทนายจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี โดยอ้างว่าทนายจำเลยที่ 2 ต้องเดินทางไปฌาปนกิจยายที่จังหวัดสงขลาศาลชั้นต้นเห็นว่า ศาลนัดไต่สวนคำร้องมาตั้งแต่วันที่ 17ธันวาคม 2540 จนกระทั่งบัดนี้ จำเลยที่ 2 ก็ยังมิได้นำพยานเข้าไต่สวนแต่อย่างใด พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ส่อแสดงว่าจะประวิงการบังคับคดีจึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวน และมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไปจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์แทนการขายทอดตลาดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์จำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 307 ในระหว่างการไต่สวนคำร้องดังกล่าว จำเลยที่ 2 ขอเลื่อนคดีหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยที่ 2ส่อแสดงว่าจะประวิงการบังคับคดีจึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนต่อไปอีกและมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเท่ากับศาลชั้นต้นได้พิจารณาในเนื้อหาของคำร้องแล้วว่าไม่มีเหตุที่จะอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรานี้จำเลยที่ 2 ย่อมอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งหรือคำพิพากษาอย่างใดแล้ว คำสั่งหรือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307 วรรคสองซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542 มาตรา 14 จำเลยที่ 2ย่อมไม่อาจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไปได้ ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 มาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอนึ่ง ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้แก่จำเลยที่ 2 ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและค่าทนายความในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน
จำเลย - นาย ศักดิ์ชัย ตริชอบ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 142 (5), ม. 161, ม. 307
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2542 — ม. 14 - องค์คณะ
- วิรัช ลิ้มวิชัย
ระพินทร บรรจงศิลป
สมชาย จุลนิติ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา